Author Archives: NewVoice

Welcome to Official WebBlog ‘SOuL MOmeNT’

ORIGINAL TITLE OF FILM / ชื่อเรื่อง : SOuL MOmeNT
Genre / แนว : Romantic-Drama
Details of work : F1RST Short Film

ORIGINAL LANGUAGE : Thai
COUNTRY OF PRODUCTION / ประเทศที่สร้างงาน : Thailand
YEAR OF PRODUCTION / ปีที่สร้าง : 2007
RUNNING TIME (MINS) / ความยาว (นาที) : 29 Mins
SHOOTING FORMAT / ผลงานต้นฉบับถ่ายทำด้วย : Video (DV)
Language of the Subtitles : None
Process : Color
Sound : Dolby

2007 SUPAKIT SEKSUWAN COPYRIGHT & ALL RIGHT RESERVED
http://youtube.com/venerator
first-newvoice@hotmail.com

 

MOTTO


– ต้องโทษที่ตัวเราเอง ที่ปล่อยให้แอนหนีไป แอนถึงต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้

– ต่อไปนี้เราจะไม่ให้แอนหนีไปไหนแล้วนะ เราจะอยู่กับแอนตลอดไป เราสัญญา…

– สิ่งที่เราคิดว่ายาก มันอาจจะง่ายกว่าที่เราคิดก็ได้

– สิ่งที่คิดว่ามันจะอยู่กับเราตลอดไป มันอาจจะไม่อยู่กับเราตลอดไปก็ได้

– ให้เราตายซะก่อน เราก็จะมา!

– ถ้ามันจะตายเพราะรักก็ให้รู้ไป!

– ถ้าเธอเกิดเป็นนก เราก็คงไม่ได้เจอเธอ

– นายลองเปิดใจให้กว้าง มาทำอย่างนิ้ ไม่คิดบ้างเหรอว่าแอนเค้าจะเสียใจแค่ไหน

– นายทำอย่างนี้มันไม่ถูกนะ  แอนเป็นผู้หญิง จะมาทำตัวเป็นเจ้าของไม่ได้นะ

– เราขอบคุณนะที่เป็นคนพาเรากลับมา

– ต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะอยู่ข้างกันเสมอ

Win-เขมวัฒน์  ถาวรทีปานนท์
Khemawat Thawontepanon

 

– เปิดรับสิ่งใหม่ๆบ้าง เผื่อชีวิตจะดีขึ้น

– อีก 3วัน เรามาเจอกันที่นี่ 5โมงเย็น

– ไม่รู้เหรอ คนตื่นเช้าได้กำไรชีวิต

– ก็เราลำบากใจนี่นา…

– แต่ตอนนี้เธอมีเราอยู่ มีเรื่องไม่สบายใจก็บอกเราได้นะ

– ถ้าเกิดว่าบอกเรา จะได้ช่วยกันหาทางคิดแก้ปัญหาไง

– เราอยากเกิดเป็นนกนะ เป็นนกก็ดีเหมือนกัน มีอิสระ อยากบินไปไหนก็ไป

– เกิดเป็นคนมีแต่ปัญหากลุ้มใจไม่เว้นแต่ละวัน

– เธอคิดว่าเธอเป็นใคร เรากับเธอก็เป็นแค่เพื่อนกันนะ

– แต่แม่คะ เค้าเป็นแค่เพื่อนหนูนะคะ

– แม่ไม่รู้อะไรหรอก อย่างแม่เคยเค้าใจหนูบ้างไหม

– สมัยนี้ใครๆเค้าก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น

– เรารู้ว่ามันอาจไม่ถูกนะ แต่ว่าเราไม่มีหนทางแล้วจริงๆ

– ไหนเธอบอกว่า ทำทุกอย่างได้เพื่อเราไง

– เธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม ที่เค้าบอกกันว่า

ถ้าเราคู่กันในชาติก่อน ชาตินี้ถึงเราจะเจออุปสรรคใดๆ เราก็ต้องกลับมาเจอกันอยู่ดี

Ann-ชนัญญา วิริยะสุนทรวงศ์     (Bell)
Chananya Viriyasunthornvong

 

– คราวหลังถ้าเราเห็นนายมาอยู่กับแฟนเราอีก นายโดนแน่…

– เธอ…คิดยังไงกับเรา

– เราทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอ

Jack-คณากร เอกธาดานนท์
Khanakorn Eaktadanon

 

– เราไม่มีเพื่อนเลย เธอเป็นเพื่อนกับเรานะ…

– คนน่ารัก ก็ต้องคู่กับของสวยๆไง

Don-ศุภสิน ธารณกุล    
Supasin Tharanakul

——————————————————————————–

– ห้ามฟ้ามิอาจห้ามใจ

– ถ้าเกิดว่าเพื่อนที่เรารอเกิดไม่มา หรือว่าถ้ามาก็ไม่ใช่อย่างที่เราคิด เราจะรู้สึกอย่างไร

– เพราะว่าเราให้คำสัญญากันเอาไว้ ตาถึงต้องรอต่อไป รอไปอย่างที่ไม่รู้ว่าจะรอไปจนถึงเมื่อไหร่

– คุณเชื่อเรื่อง ‘ กฎแห่งกรรม ’ ไหม

– ทุกสิ่งย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป… มีเกิดก็ต้องมีดับ ไม่มีสิ่งไหนอยู่ค้ำฟ้า

– จงทำใจยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นและปล่อยให้มันผ่านไป แล้วตั้งสติอยู่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด

– พยายามอย่าไปคาดหวังอะไรในสิ่งที่จะเกิดขึ้น

 

POSTER BY DIRECTOR

 

A Supakit Seksuwan Film

PRESENT

 

 

The Magic Story of LOVE

IN the New World

 

 

 Khemawat Thawonthepanon
       Shananya Wiriyasoontonwong
                      and Kanakorn Aekthadanon

 

      :SOUL

MOMENT

 

ComingSoon

 

 

 

 

—————————————————————————————————————————— 

 

 

LOVE   AWAY FROM  WAITING

 

          :SOUL

    MOMENT

Khemawat Thawonthepanon

       Shananya Wiriyasoontonwong

                      and  Kanakorn Aekthadanon

 

 

 

          

     MAY 2007

                   A Film by Supakit Seksuwan

 

 

CREDIT


เคพี เอนเตอร์เทนเม้นท์
เสนอ  พรีเซนเทีย สร้าง  “Soul Moment”
นักแสดงนำ เขมวัฒน์  ถาวรทีปานนท์,ชนัญญา วิริยะสุนทรวงศ์,คณากร เอกธาดานนท์,ศุภสิน ธารณกุล
คัดเลือกนักแสดง,ออกแบบงานสร้าง ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ  ดนตรีประกอบ ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ  กำกับภาพ,ลำดับภาพ ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ
ภาพนิ่ง ประณิตา ปิติกุล,ณัฎฐาพร มีเดชา  ผู้จัดการกองถ่าย จตุรพร ประสิทธิ์สม,กชกร วัฒนธรรม,วิกรม เลาห์วีระพานิช
ดำเนินงานสร้าง ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ,วรพจน์ ศิริชาลีชัย  อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร ปิยะณัฐ เตชะสกลกิจกูร,ล้วน เสกสุวรรณ,
บุญชัย ทรัพย์ธนะอุดม,รัตนา สันทวี  อำนวยการสร้าง บรรณวิภา เสกสุวรรณ,พีระพงษ์ เสกสุวรรณ,อรุณี เสกสุวรรณ 
บทภาพยนตร์ ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ,เวธกา วังชากร  กำกับภาพยนตร์ ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ

 

KP ENTERTAINMENT PRESENTS  
A PREZENTIA CO.,LTD PRODUCTION 
A SUPAKIT SEKSUWAN FILM 
KHEMMAWAT THAWORNTEEPANON  CHANANYA VIRIYASUNTHORNVONG  

KANAKORN AEKTHADANON  SUPASIN THARANAKUL  “SOUL MOMENT”  
MUSIC BY SUPAKIT SEKSUWAN
EDITOR SUPAKIT SEKSUWAN 
PRODUCTION DESIGNER SUPAKIT SEKSUWAN 
DIRECTOR OF PHOTOGRAPHY SUPAKIT SEKSUWAN 
STILLS PHOTOGRAPHER
PRANITA PITIKUL  NUTTAPOND MEEDACHA

PRODUCTION MANAGERS JATURAPORN PRASITSOM  KOCTCHAKORN WATTANATUM 
VIKROM LAOHVERAPANICH
CO-PRODUCER SUPAKIT SEKSUWAN  WORAPOJ SIRICHALEECHAI 
EXECUTIVE PRODUCERS PIYANAT TECHASAKOLKIJKOON  LUAN SEKSUWAN 
BOONCHAI SAPTANAUDOM  RATTANA SANTHAWE 
PRODUCED BY BANNAWIPA SEKSUWAN  PEERAPONG SEKSUWAN  ARUNEE SEKSUWAN 
SCREENPLAY BY SUPAKIT SEKSUWAN  WEATAGA WANGCHAGORN 
DIRECTED BY SUPAKIT SEKSUWAN

 

 

 

COSTUME (WITH MAKE UP & HAIRSTYLE)

วิน

ชายหนุ่มที่ตอนเด็กแต่งตัวไม่เป็น  ต้องให้แม่เลือกชุดให้ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน  สมัยก่อนแต่งตัวได้ค่อนข้างเชย  เพราะเป็นคนไม่เลือกมาก ไม่ค่อยชอบแต่งตัว  มีอะไรให้ใส่ก็ใส่  ดังนั้นชุดส่วนใหญ่จึงมักไม่ได้ซื้อด้วยตัวเอง  …แต่มาปัจจุบันนี้  วินมีการแต่งตัวที่ดีขึ้น(มาหน่อย)  นั่นคือรู้จักการแต่งตัวเอง  แต่ชุดที่ใส่ยังไงก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความเชยที่แอบอยู่ในตัวลึกๆ  ห่วงหล่อขึ้นมา(เล็กน้อย)ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน  โทนชุดจะออกแนวสีม่วง, ฟ้าเข้ม, เขียวเข้ม, แดงเลือดหมู  แต่อย่างไรก็ตาม…ด้วยชุดที่ดูธรรมดาๆนี้ก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบเหมือนกัน

แจ็ค

เด็กหนุ่มที่ลุคดูดีมากๆ  ใครมองจะสะดุดตาทุกครั้ง(โดยเฉพาะสาวๆ)  ด้วยบุคลิกที่ห้าว เฮี้ยว เกเร และดูเถื่อน  ทำให้ชุดที่เลือกใส่มักเข้ากับบุคลิกของตน  ชุดที่มักเลือใส่มักเป็นสีในโทนมืด เช่น สีดำ หรือเทาเข้ม  เสื้อ…มักมีลวดลาย โลโก้ หรือตัวหนังสือ หรือประโยคแปลกๆที่ทำให้สะดุดตา  บางครั้งเวลาร้อนๆก็มักจะใส่เสื้อกล้าม รองเท้าแต่ หรือถึงกับถอดเสื้อไปเลย!  ดังนั้นเพราะความเซอร์และความเป็นหนุ่มที่บ้ากีฬา(ฟุตบอล)ขนาดหนักจนได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียนนี่เอง  ทำให้เป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆเป็นพิเศษ  ด้วยฉายาหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน  บางครั้งจึงอาจเห็นได้ว่าเขามักใส่เสื้อทีมฟุตบอลเป็นประจำเหมือนกัน   (แต่ถ้าถึงคราวแต่งตัว  ก็เลือกชุดออกมาได้จ๊าบ เท่ห์ และทันสมัยตามกาลเวลาเหมือนกัน  เพราะความเข้าใจในการเลือกชุดใส่ด้วยตัวเอง)    

แอน

เป็นเด็กสาวที่ชอบแต่งตัว  พิถีพิถันทุกครั้งที่ออกจากบ้าน รักสวยรักงาม ชุดส่วนใหญ่ที่ใส่เธอจะคัดเลือกมาอย่างดีแล้วจึงทำให้สวมใส่ด้วยความมั่นใจ  โทนสีที่ใส่เน้นสดใส(เช่นฟ้า,ชมพู,เหลือง,เขียวอ่อน)  สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกของผู้สวมใส่ถึงการมองโลกในแง่ดี  ชุดที่ออกมาจึงดูเรียบง่าย  น่ารัก  และสะดุดตา  …เพราะความชอบเที่ยวของเธอ(โดยเฉพาะชอบไปเดินแถวสยามมากๆ) จึงทำให้มักได้เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายดีๆติดกลับมาเสมอ

ตูน

 เพราะความคิกขุอาโนเนะ  แต่ไม่บอบบางอย่างที่เห็น  ทำให้ชุดที่ใส่มักจะสะท้อนความเป็นตัวตนของเธอได้อย่างดี  นั่นคือโทนสีเข้มตัดสลับกับสีอ่อน  มีเครื่องแต่งกายจำพวกแหวน สร้อยคอ กำไลข้อมือ ต่างหูสวมใส่อยู่เสมอ  บางครั้งชุดที่เลือกดูสดใส(ในวันที่สนุกสนาน)  แต่บางครั้งกลับดูมึนทึม(ในวันที่มีเรื่องกลุ้มใจหรืออารมณ์ไม่ดี)  นิสัยอีกอย่างหนึ่งที่ของเธอคือ‘บ้าดาราเกาหลีอย่างหนัก’  ไม่ว่าใครก็ตามที่ขึ้นชื่อเป็นว่าดาราเกาหลี เธอจะต้องรู้ประวัติอย่างละเอียด ตูนสะสมของทุกชิ้นที่เกี่ยวกับดาราเกาหลี  ส่งผลให้บางครั้งชุดที่ใส่จะมีหน้าดาราอยู่ด้วย(แต่จะเป็นเสื้อลาย ที่ขายถูกแถวคลองถม)  …บางวันเกิดนึกสนุกขึ้นมาก็จะแต่งตัวบ้าๆแนวหลุดโลกไปเลย (เช่นเสื้อสีแสด กางเกงสั้นข้างยาวข้าง  รองเท้าผ้าใบสีแดงสดขาดๆ เป็นต้น)  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เอาแน่เอานอนกับชุดที่เธฮใส่ไม่ได้…  

แพร

เด็กสาวที่เรียบร้อย  ไม่กะโปโล  เรียนเก่ง  รักสงบ  แต่ก็แอบรักสวยรักงามคนนี้ มักมีโลกส่วนตัวสูง  พูดน้อย  แต่ทุกครั้งที่พูดจะเป็นคำพูดที่กลั่นกรองออกมาอย่างดีและสอดแทรกข้อคิดเสมอ  ทำให้เป็นที่น่านับถือของเพื่อนฝูงเสมอ…   ชุดที่เลือกใส่จึงเป็นไปในแบบเรียบง่ายแต่ดูดี  มีความน่ารักซุกซ่อนอยู่  เป็นเด็กสาวที่ใส่กระโปรงแล้วไม่ใช่เรื่องแปลก  เครื่องแต่งกายจะไม่ค่อยมี  แต่เธอมักชอบติดเอ็มพี3 ไว้เสมอ (เวลาว่างๆจะนั่งฟังคนเดียวแล้วอินบรรยากาศ)  และยังเป็นคนที่รักการอ่านมากๆ  นวนิยาย หนังสือเรียน ใบปลิว นิตยสาร ยันหนังสือพิมพ์…เธออ่านหมด  ทำให้เวลาออกข้างนอกทุกครั้งเธอมักพกหนังสือมาด้วยเสมอ  โทนสีจึงไม่จำกัดแต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในช่วงนั้นมากกว่า           

เจี๊ยบ 

เป็นเด็กหนุ่มที่เรียนเก่งพอประมาณ และบ้าหนังมากๆ ดูหนังไปเยอะถึงขนาหมดตังค์ไปเกือบแสน! ทั้งยังชอบฟังและร้องเพลงอยู่เสมอ  เล่นดนตรีเก่งถึงขนาดตั้งวงเข้าประกวดเลยทีเดียว  ชุดที่สวมใส่จึงมักเป็นลายเกี่ยวกับหนังหรือเพลงอยู่ทุกครั้ง  เช่นลายจากภาพยนตร็หรือเป็นโลโก้ชื่อเรื่อง หรือชื่อบริษัทหนังหรือเพลง เป็นต้น  จะพบกับCD WALKMANหรือนิตยสารเกี่ยวกับเพลงหรือหนังได้ทุกครั้งที่ปรากฎตัว  การแต่งตัวจะพิถีพิถันระดับหนึ่ง  แต่ไม่เรื่องมากจนเกินเหตุ  ชอบการทำผมมากๆ…ทำให้เขาจะตั้งใจทำเป็นพิเศษ  ส่วนใหญ่การแต่งตัวจะเป็นแนวอินดี้(สบายๆ)  เสื้อยืด  ขาสั้น หรือมีเสื้อคลุม  และไม่กำหนดโทนสีเพราะดูจากความอยากในช่วงนั้นมากกว่า

 

อาร์ม

บ้ากีฬาเกือบทุกประเภท  โดยเฉพาะมวยปล้ำนี้พลาดไม่ได้เลย…แม้ถึงตายก็ยอม!  และพราะเป็นพวกขาลุย  ท่าทางขี้โวยวาย  ชวนหาเรื่อง  รวมถึงดูกวนๆคล้ายนักเลง  ทำให้ชุดส่วนใหญ่จะเป็นแขนยาวหรือเสื้อยืด กางเกงยีนส์  มักชอบใส่เสื้อคลุมเสมอๆ  โทนสีที่ใส่จึงเป็นแนวสีเขียวขี้ม้า, สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงเข้ม, สีเทา โดยเฉพาะพวกลายทหารเขาจะชอบเป็นพิเศษ  แต่อีกด้านหนึ่งพวกเสื้อยืดลายนักมวยปล้ำก็เลือกใส่บ่อยเหมือนกัน  และส่วนใหญ่ก็เป็นชุดที่มีโลโก้ของแบรนด์ต่างๆอยู่  เพราะเป็นพวกที่บ้ายี่ห้ออย่างแรง  มีกำลังเงินในการซื้อสูงเพราะทางบ้านฐานะดี  ทำให้ได้ใจ ใช้เงินเก่งไปเลย  พวกจตุจักร คลองถม พหุรัด นี่ไม่เคยคิดจะไป!  เพราะอาร์มไปเดินแต่เอ็มโพเรียม, สยามพารากอน เป็นต้น  แต่ถ้าเมื่อไหร่เกิดแต่งตัวดีขึ้นมา…ใบหน้าจะนวลใสและเด้งอยู่

ดอน

การแต่งตัวของดอนจะดูบ้านนอกเล็กน้อย  คือมีความล้าสมัยอยู่สูง  เนื่องจากชอบฟังเพลงลูกทุ่งหรือไม่ก็เพื่อชีวิต  สไตล์การแต่งตัวจึงได้รับอิทธิพลมาสูง  ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดลูกไม้สีสด  กางเกงสีจัดจ้าน เป็นต้น  …ส่วนใหญ่เวลาออกไปข้างนอก  ชุดเก่งของดอนคือกางเกงยาวขาบานสีเหลือง  เสื้อยืดสีเทา  สวมเสื้อคลุมแขนยาวโทนขาวดำ  รองเท้าสีน้ำตาล  เข็มขัดทองเหลือง เป็นต้น  ส่วนโทนสีที่ชอบจะเป็นพวก เหลือง, เขียว, แดง  และสีสดสีอื่นๆ  รวมถึงบุคลิกที่ติดเป็นนิสัยคือชอบเรอเสียงดัง, ตดแบบไม่เกรงใจชาวบ้าน  และหาวปากกว้างอยู่เสมอ     

 

แม่แอน                                                       

การแต่งตัวจะดูภูมิฐาน  บ่งบอกได้ว่าเป็นคนมีฐานะ  เมื่อออกงานหรือไปข้างนอกชุดจะเนี้ยบและออกมาดูดีเป็นที่สุด  แต่ถ้าอยู่บ้านธรรมดา ชุดที่ใส่จะกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว …เธอมักเรื่องชุดที่ใส่ง่ายๆ สบายๆ                เช่นเสื้อยืด กางเกงขาสั้น เป็นต้น  เพราะเป็นคนที่ห่วงสวย จึงทำให้มีเครื่องสำอางพกอยู่ตลอดเวลา  แม้จะอยู่ที่บ้านเธอก็สามารถแต่งหน้าอ่อนๆได้!  โทนสีที่ลือกใส่มักเป็นสีสด เช่น สีส้ม, สีเหลือง, สีแสด หรือสีฟ้า  แต่บางครั้งก็เลือกชุดใส่ในโทนสีที่ดูน่าเกรงขาม เช่น สีม่วง หรือสีเขียวเข้ม เป็นต้น                     

พ่อแอน                                                      

เป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้กับครอบครัว  หรือไม่มีเวลาแม้กระทั่งเรื่องการแต่งตัว…  ทำให้เสื้อผ้ามักจะเป็นชุดที่ใส่ซ้ำๆกันเสมอ  แต่ดูเรียบง่าย และสะอาด สมกับเป็นชายหนุ่มที่ก้าวทันกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  ด้วยชุดที่สวมใส่ดูแล้วไม่ตกยุค  ทำให้ดูมีความเป็นวัยรุ่นอยู่ในตัวสูง  …หลงไหลในเรื่องรถยนต์  และการสะสมสร้อยพระ  จึงทำให้บางครั้งการแต่งกายมักจะเป็นพวกเสื้อลายหรือยี่ห้อรถบ้าง  รวมทั้งยังสวมสร้อยพระที่คอเป็นประจำ  และเปลี่ยนอยู่บ่อยๆเพราะมีเยอะ  โทนสีจะไม่จำกัดเพราะเป็นคนไม่เรื่องมาก จึงใส่ได้ทุกแนวสี  

 

ชายแก่                                                     

เนื่องจากเป็นCHARACTERที่เป็นปริศนาในเรื่อง  ทำให้การแต่งกายจะดูหลุดโทนไปเลย  คือออกโทนสีขาว โปร่ง มีความลึกลับซ่อนอยู่มากมาย  เสื้อคลุมยาว  กางเกงขายาวสีขาว  ผมยาวสีขาวเนียน  สวมรองเท้าแตะที่สีและลาย ดูรับกับชุดและการแต่งกาย…

 

CHARACTER

วิน – ผู้ชาย / พระเอก / เพื่อนเจี๊ยบกับอาร์ม          

เด็กหนุ่มหน้าตาดีพอประมาณแต่ไม่ได้หล่อมาก  ผิวขาว  ร่างเตี้ย  ไว้เคราเล็กน้อย  อารมณ์ดี  เป็นคนอบอุ่น  ใครอยู่ใกล้ด้วยก็รู้สึกดี  มีพี่น้องสองคน  ฐานะทางบ้านปานกลาง(พอมีพอกิน)  ครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหาร  วินเป็นคนมีเหตุผล  ใจเย็น  ช่างพูด  สนุกสนานร่าเริง  แววตาท่าทางดูขี้เล่น  เทคแคร์เก่งและมักชอบให้กำลังใจคนที่ไม่สบายใจอยู่เสมอ  ชอบเอาใจเขามาใส่ใจเรา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น  เวลาเห็นคนที่ด้อยกว่าเป็นไม่ได้ ต้องเข้าไปช่วยเสมอ  บางครั้งก็ใจกล้า ไม่มีเหตุผล ทำอะไรไม่ทันยั้งคิด  ใจร้อน 
วินเป็นคนที่ไม่ได้เรียนเก่งมาก  แต่เล่นฟุตบอลได้สุดยอด
! (เคยเข้าแข่งขันและได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้ว)  รักใครรักจริง… ไม่คิดมองคนอื่น แต่จะทุ่มให้เขาแบบห่างๆ  บางทีก็นิ่ง เงียบและซื่อสุดๆ  รักอิสระ และมีความโรแมนติกอยู่ในตัวสูง  แต่ในขณะเดียวกันถ้าเห็นอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรหรือทำให้ตัวเองไม่สบายใจก็จะระบายออกทันที   เมื่อไหร่ผิดหวังเรื่องความรัก วินจะสามารถตั้งสติได้เร็วพอ และคิดว่าการมีแฟนไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต 

แจ็ค – ผู้ชาย / แฟนแอน / ศัตรูของวินกับดอน

เด็กหนุ่มผิวขาว  ผมสั้น  เสียงทุ้ม  สูงประมาณ 173ซม.  ผู้ซึ่งมีปัญหากับทางบ้าน  ทำให้ขาดความอบอุ่น  มีพี่น้องหลายคน  ทำให้บางครั้งพ่อแม่ดูแลไม่ทั่วถึง เขาจึงรู้สึกน้อยใจตัวเอง และคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก  หน้าตาดีพอประมาณ  มีเพื่อนเยอะ  บุคลิกภายนอกดูแข็งๆ  ไม่ค่อยโรแมนติก  ใจร้อน  บางครั้งดูเฮ้ว เกเร ไม่เรียนหนังสือ  มีท่าทางกวนๆแบบนักเลงและชอบทำตัวเป็นอันธพาลอยู่เสมอ  แต่ภายในมีความขี้เล่นซ่อนอยู่   เป็นคนที่ไม่เคยยอมคน  มีเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่บ่อยๆ  แต่ด้วยอารมณ์ที่โกรธง่ายหายเร็ว ทำให้เขาไม่เป็นที่โกรธเคืองของเพื่อนๆมากนัก   บ้ากีฬา(ฟุตบอล) อย่างหนักจนได้เป็นนักกีฬาโรงเรียน   เอาแต่ของตัวเอง ไม่สนใจเรื่องของคนอื่น   อีกด้านหนึ่ง… มีเหตุผล  จริงจัง  ตัดสินใจเด็ดขาด  จนบางครั้งเมื่อมีใครทำให้ไม่พอใจก็จะถึงกับอาละวาดทันที

แอน – ผู้หญิง / นางเอก / แฟนแจ็ค, เพื่อนตูนกับแพร, รู้จักวินและดอน

เด็กสาวที่มีขอบตาคล้ำเล็กน้อย  ผมยาว  สูงพอประมาณ  เสียงเล็ก ที่ทั้งสวย  น่ารัก  เรียนเก่ง  ขี้เกรงใจ (ถึงขั้นใจง่าย) ปฏิเสธคนไม่เป็น  และชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนนี้  เป็นเด็กสาวที่เด็กหนุ่มคนไหนได้เห็นก็ต้องเป็นที่หมายปอง ทำให้มีคนที่แอบชอบและเข้ามาจีบเยอะพอสมควร  และเพราะนิสัยดี  เข้ากับคนง่าย จึงทำมีให้เพื่อนเยอะ  แอนเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ทำให้พ่อแม่ทั้งรักและหวงมาก  แต่เธอไม่รู้ถึงความรู้สึกนั้น ความจริงแล้วเป็นคนเงียบ  นิ่ง  พูดน้อย  มีอะไรมักเก็บไว้คนเดียวไม่ยอมปรึกษาใคร  ทั้งแววตาและท่าทางดูมีความลับและเหมือนกับครุ่นคิดตลอดเวลา  เป็นคนที่ชอบลังเล เธอมักจะใช้เวลานานก่อนจะลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่หากเมื่อไหร่ที่ได้ตัดสินใจลงไปนั่นหมายความว่าเธอคิดดีแล้ว   ขี้เล่น สนุกสนานบ้างเป็นครั้งคราวเมื่ออารมณ์ดีจริงๆ  แต่อีกด้านหนึ่ง… ลึกๆแล้วเป็นคนที่นิสัยไม่ดี  เอาแต่ใจ  สิ้นคิด  ใจกล้า  ชอบความท้าทาย  และเห็นแก่ตัว  

ตูน – ผู้หญิง / เพื่อนแอนกับแพร

เด็กสาวร่างเตี้ย  ผมยาว  พูดช้า  และผิวออกคล้ำ  มักมองโลกในแง่ดี  และยิ้มง่าย…  ผู้ซึ่งมีฐานะทางบ้านปานกลางแต่ไม่ถึงกับรวยมาก  บ้าดาราเกาหลีขนาดหนัก  พ่อแม่เลี้ยงมาแบบตามใจ  อยากได้อะไรต้องได้  ใช้เงินไม่เป็น  ชอบความนุกสนาน  รักเพื่อน  ชอบใช้เวลาอยู่กับเพื่อนมากว่าครอบครัว  เป็นคนที่รักการแต่งตัว  มีจินตนาการสูง  ขี้คุย  ชอบประชดประชัน  ลึกๆแล้วเป็นคนเงียบ มีเหตุผล  มีความคิกขุอาโนเนะซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดูบอบบางอย่างที่เห็น  และบางครั้งก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและใจง่ายเหมือนกัน

แพร – ผู้หญิง / เพื่อนแอนกับตูน

เด็กสาวร่างสูงผิวขาว  เสียงแบน  ผมยาว  ดูเรียบร้อย  ไม่กะโปโล  รักเพื่อน  ชอบใช้เวลาอยู่กับเพื่อน  เรียนเก่ง  ขยัน  ตรงไปตรงมา  และช่างสังเกต   พูดน้อย  แต่ทุกครั้งที่พูดจะเป็นคำพูดที่กลั่นกรองออกมาอย่างดี และสอดแทรกข้อคิดด้วยเสมอ  ทำให้แพรเป็นที่รักและน่านับถือของเพื่อนฝูง  จนถึงขั้นเป็นที่พึ่งพา ที่ปรึกษา หรือที่ระบายของเพื่อนได้ทุกเมื่อ   เธอมักจะตักเตือนทุกครั้งเมื่อเห็นคนทำสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร  เนื่องจากอยู่กับแม่เพียงสองคน พ่อก็ด่วนจากไปตั้งแต่เธอยังเด็ก  แม่ทำอาชีพค้าขาย  ทำให้ชีวิตมีความลำบากอยู่ตลอดเวลา  บางครั้งถึงขั้นอดมื้อกินมื้อ  แต่แม่ของเธอก็มักสอนอยู่เสมอว่าจงอย่าท้อถอย ให้สู้ต่อไปถึงที่สุด…  ซึ่งแพรก็ทำตามที่แม่บอกทุกประการ   แต่ลึกๆแล้วเป็นคนที่แอบรักสวยรักงาม  มีโลกส่วนตัวสูง  เข้าใจชีวิต 

เจี๊ยบ – ผู้ชาย / เพื่อนวินกับอาร์ม 

เด็กหนุ่มผิวขาว  สิวเยอะ  ผมสั้น  สูงประมาณ 175ซม.  ชอบวางแผน  รู้ทันคน  มีความซื่อสัตย์และความอดทนสูง  ขี้เล่น  รักสนุก  ชอบท้าทาย  รักอิสระ  บางครั้งก็ดูน่าเชื่อถือ  เรียนเก่งพอประมาณ  ไม่ยอมคนง่ายๆ  ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน  รู้ไปหมดซะทุกเรื่อง!  พึ่งได้ในยามที่มีปัญหา  ลึกๆแล้ว…ใจกล้า  แต่ไม่เด็ดเดี่ยว  ชอบตามเพื่อนอยู่เสมอ  เป็นคนมีประสบการณ์ด้านผู้หญิงมากมาย  และบ้าหนังมากๆ ดูหนังไปเยอะถึงขนาดหมดตังค์ไปร่วมหมื่น! ทั้งยังชอบฟังและร้องเพลงอยู่เสมอ   เจี๊ยบเล่นดนตรี (กีต้าร์) เก่งถึงขนาดตั้งวงเข้าประกวดเลยทีเดียว  ชอบพก CD WALKMAN หรือนิตยสารเกี่ยวกับเพลงหรือหนังติดเป้ไว้ตลอด    

 

อาร์ม – ผู้ชาย / เพื่อนวินกับเจี๊ยบ

เด็กหนุ่มหน้าตาไปทางอีสาน  บุคลิกดูซุกซน ขี้เล่น และกวนๆ  แต่จริงๆแล้วกลับทะมัดทะแมง เอาจริงเอาจัง  ดูนิ่งๆ  ไม่ยอมเปิดเผยด้านอ่อนแอให้ใครรู้  เป็นคนตรง…พูดคำไหนคำนั้น  ชอบเล่นกีฬา (ทุกประเภท) เป็นชีวิตจิตใจ…ถึงไหนถึงกัน! โดยเฉพาะมวยปล้ำนี่พลาดไม่ได้เลย  บางครั้งดูซ่าส์และกวนๆ  รักเพื่อน   ดูผู้หญิงเป็นและสามารถให้คำแนะนำดีๆกับเพื่อนได้  บางครั้งเด็ดเดี่ยว…เหมือนเป็นผู้นำ  บางครั้งก็ดูเหมือนขาลุย  ขี้โวยวาย  คำพูดชวนหาเรื่อง จนดูคล้ายนักเลง    อาร์มมีพี่น้องสามคน  พ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างดี  และเนื่องจากฐานะทางบ้านร่ำรวย  บางครั้งจึงทำให้เขากลายเป็นคนใช้เงินเก่งและฟุ่มเฟือยไปโดยปริยาย  รวมทั้งยังชอบตามใจตัวเองอยู่บ่อยๆเหมือนกัน  แต่ส่วนใหญ่แล้ว  เขาจะมีสติ  รู้ดีรู้ชั่วด้วยตัวเอง  สิ่งไหนที่ผิดหรือมากเกินไป เขาก็จะไม่ทำ  รวมทั้งยังให้คำแนะนำดีกับเพื่อนๆได้ยามที่มีปัญหา    

ดอน – ผู้ชาย / คู่แข่งของดอน, ศัตรูของแจ็ค

เด็กหนุ่มผิวเข้ม  ชอบพูดในลำคอ  ผมสั้น  สูงประมาณ 175ซม.  กริยาท่าทางเหมือนไม่ค่อยอยากยุ่งกับใคร   เพราะแม่เสียจึงทำให้ต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาอยู่กรุงเทพฯกับน้า  ฐานะทางบ้าน(น้า)ค่อนข้างยากจนแต่ไม่ถึงขนาดไม่มีอันจะกิน  และเพราะน้าเอาแต่ทำงานจึงทำให้ไม่มีเวลาสอนดอนในเรื่องต่างๆ รวมถึงการปรับตัวเข้ากับคนกรุงด้วย   เรียนเก่งพอประมาณ  อัธยาศัยดี  มัธยัสถ์  รู้จักใช้เงิน  ชอบอยู่ตัวคนเดียว  รักการทำอะไรด้วยตัวเอง  ไม่ชอบการพึ่งพาอาศัยหรือความช่วยเหลือจากผู้อื่น  ทำให้เป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อน  และเพื่อนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่นัก   ดูภายนอกเป็นคนซื่อ  แต่ความจริง ภายในเป็นคนเก็บกด  แววตาดูโกรธความแค้นตลอดเวลา (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเพื่อนไม่ยอมคุยด้วย)  ใครทำอะไรไม่ดีให้กับตัวเองจะจำฝังใจทันที   เพราะการไม่ยอมคน จึงทำให้ดอนรอจังหวะเพื่อที่จะเอาคืนให้ได้  และจะไม่ชอบให้ใครมาว่าตัวเองว่าเป็นเด็กต่างจังหวัด   …อีกด้านหนึ่ง  เขาเป็นคนมุ่งมั่น  มีมานะสูง  บางครั้งก็หน้าใหญ่  อยากได้อะไรต้องเอาให้ได้  เพราะมีความตั้งใจจริง      

 

แม่แอน – ผู้หญิง                                                        

หญิงสาววัย 40ปี  ผมสั้น  สูงพอประมาณ  ผิวขาว  ใส่แว่น  วัยเกือบกลาง  ผู้ซึ่งรักลูกหมดใจ  ชอบว่าลูกอยู่บ่อยๆจนทำให้คนที่ไม่รู้จักคิดว่าแม่ไม่ดี   เป็นคนที่อดทนได้แต่อย่าให้ถึงขีดสุด!  เลี้ยงและสอนลูกมาอย่างดีตรงตามขนบธรรมเนียม  บางครั้งก็ไม่ค่อยมีเหตุผล  ให้ลูกได้แม้กระทั่งชีวิต  ทำเพื่อมาลูกตลอดจนบางครั้งก็มากเกินไป  เป็นแม่บ้านที่ดีและเป็นแม่ที่ดีของลูก  ที่ชอบว่ากล่าวตักเตือนอยู่เสมอก็เพราะอยากให้ลูกได้ดี (ทั้งๆที่ลึกๆแล้วไม่มีอะไร)  เพราะเป็นคนหัวโบราณ…ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและไม่ค่อยเปิดรับโลกภายนอก  จึงทำให้รับไม่ได้เลยกับเรื่องที่ลูกมีแฟนก่อนวัยอันควร  ส่วนหนึ่งเพราะทั้งหวงและห่วงลูก  เนื่องจากมีลูกเพียงคนเดียว   อีกด้านหนึ่งเป็นหญิงแกร่ง  ถ้าโมโห…จะโมโหร้ายสุดๆ     

 

พ่อแอน – ผู้ชาย                                         

ชายหนุ่มวัยร่วม 40ปี  ผิวขาว  ไว้เครา  ผมสั้น  มีภรรยาอายุมากกว่าหลายปี  อัธยาศัยดี  คุยสนุก  ใจดี  ขี้เล่น  มีความอบอุ่นซ่อนอยู่  ทุ่มเทให้กับลูกและครอบครัวเต็มร้อย   บ้างานมาก ทำให้บางครั้งทำจนลืมเวลา…ลืมลูก  ลืมภรรยาไปเลย!  ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับครอบครัวสักเท่าไหร่นัก  แต่เมื่อมีเวลาจะสนุกสนานเต็มที่จนลืมแก่!  หลงไหลในเรื่องรถยนต์  เป็นคนเจ้าระเบียบเล็กน้อย  รอบคอบ  พูดจริงทำจริง  และซื่อตรง  เป็นคนที่ทันสมัย  ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา  ไม่หัวโบราณมากนัก  จึงทำให้เกิดอาการลังเลว่าตัวเองจะรับได้ไหมหากลูกสาวจะมีแฟน…   

 

ชายแก่(ลึกลับ) – ผู้ชาย / เป็นใครไม่รู้ ???                                     

ชายแก่ผิ้วคล้ำในชุดขาว  มีผมยาวสีขาว  พูดช้า  เสียงแบน (ดูตลกเวลาพูด)  ท่าทางดูสงบนิ่ง  เยือกเย็น  ท่าทางและคำพูดดูมีความลับซ่อนอยู่  อีกด้านหนึ่ง…เป็นคนเศร้าสร้อย  เซื่องซึม  เฉื่อยชา  เหมือนผ่านเรื่องเลวร้ายในชีวิตมามากมาย  แววตาดูมีความหวังแฝงไว้ด้วยความเชื่อ  และเหมือนกำลังรอใครสักคน…    

 

SCENARIO

SCE.1

Shot 1-ทั้ง 4คนหาที่นั่งได้และเริ่มทำงาน

Shot 2-เศษกระดาษปลิวตกพื้น วินเดินมาเก็บ

Shot 3-วินเดินมาที่โต๊ะ และคุยให้เจี๊ยบกับอาร์มฟังเรื่องแอน, เปิดตัวดอน

SCE.2

Shot 1-วินมาดักเจอแอนตอนเช้าที่สวนเด็กเล่น

SCE.3

Shot 1-วินบอกเจี๊ยบกับอาร์มให้เลือกโต๊ะนั่งใกล้ๆแอนจะได้แอบมอง, แถวนั้นดอนนั่งอยู่

Shot 2-แอนนั่งอยู่คนเดียววินเลยเดินเข้าไปคุย ตัดหน้าดอน

SCE.4

Shot 1-ดอนเข้าไปหาแอนเพื่อนัดกินข้าว

SCE.5

Shot 1-ดอนกับแอนนั่งกินข้าวด้วยกัน, แจ็คเดินมาโวยวายถึงโต๊ะ  

SCE.6

Shot 1-ดอนมาดักเจอแอนตอนเช้าและเดินผ่านหน้าห้องสมุดที่มีวินนั่งอยู่

SCE.7

Shot 1-วินไปนั่งทำงานให้ แอนและเพื่อนๆเธอ, ตูนกับแพรเตือน

 

SCE.8

Shot 1-วินพาแอนไปที่ที่หนึ่ง(สระว่ายน้ำ), พูดคุยกัน

SCE.9

Shot 1-วินเดินเอาของไปให้แอน พอมองเห็นดอนอยู่กับแอนก็หลบและจากไป, แจ็คมีเรื่องกับดอน

SCE.10

Shot 1-แม่เห็นแอนอยู่กับแจ็คจึงทะเลาะกันอย่างรุนแรง, แอนหนีออกจากบ้านไปกับแจ็ค

Shot 2-แอนกับแจ็คเดินคุยกันขณะออกจากบ้านมา, แจ็คบอกแอนให้ไปรอแล้วเขาจะขี่มอเตอร์ไซด์ไปรับเพื่อหนีไปด้วยกัน

SCE.11

Shot 1-คุยกันขณะเดิน‘สืบจนรู้ว่าเป็นดอน’, วินและเพื่อนๆเดินสวนมาเห็นพอดีกับที่แจ็คออกรถไป

(3 วันต่อมา)

SCE.12

Shot 1-วินรู้สึกสงสัยว่าแอนหายไปไหนเลยไปถามแพร(คุยกัน)

SCE.13

Shot 1-วินเดินไปคอยแอนที่สระว่ายน้ำ

SCE.14

Shot 1-วินและเจี๊ยบกับอาร์มนั่งทำงานที่โต๊ะ, รู้สึกโดดเดี่ยว

(1 เดือนต่อมา)

SCE.15

Shot 1-วินเจอแอนจากการช่วยไว้ไม่ให้ฆ่าตัวตาย, คุยกันจนแอนสลบไป

Shot 2-แอนฟื้นและคุยกับวิน

SCE.16

Shot 1-วินเดินคุยกับแอนให้ไปขอโทษแม่

SCE.17

Shot 1-วินมาเดินเป็นเพื่อนคุยกับแอน, ถามว่าเมื่อวานไปขอโทษแม่เป็นอย่างไร 

SCE.18

Shot 1-วินไปเล่นบาสฯกับแอนจนแอนสลบไป

Shot 2-แอนฟื้นและคุยกับวิน

SCE.19

Shot 1-วินนั่งคุยกับอาร์มเรื่องสังเกตเห็นดอนหายไป

SCE.20

Shot 1-ทั้งสองนั่งคุยกัน,แอนปรับทุกข์กับวินจนเธอเปิดใจ

SCE.21

Shot 1-วินกับแอนเดินออกมาหน้าตึก, แอนขอนั่งพักและนัดกัน

SCE.22

Shot 1-วินตั้งใจจะเอาหนังสือคืนแอน, ริมถนน วินเห็นแอนจึงเรียก, แอนเหม่อลอยและขึ้นรถไป

Shot 2-วินข้ามถนน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

SCE.23

Shot 1-วินไปนั่งเล่นที่หน้าห้องสมุด, มีเด็กลุกหนี

SCE.24 (long take)

Shot 1-ที่ลานการแสดงกลางแจ้ง วินเจอและคุยกับชายแก่คนหนึ่ง, เดินออกไป

SCE.25

Shot 1-วินเดินไปถึงที่นัดและนั่งรอ, แอนเดินเข้ามา

Shot 2-เธอนั่งลงและวินก็เริ่มคุย, แอนบอก…ความจริงว่าจะไปต่างประเทศ

SCE.26

Shot 1-ที่งานปาร์ตี้บ้านแอน แอนรับโทรศัพท์และตาย

 

SCE.27

Shot 1-แอนถามวินว่าตายยังไง

SCE.22

Shot 1-วินตั้งใจจะเอาหนังสือคืนแอน, ริมถนน วินเห็นแอนจึงเรียก, แอนเหม่อลอยและขึ้นรถไป

Shot 2-วินข้ามถนน

 

SCE.28

Shot 1-ทั้งสองคุยกัน, พร้อมจะเริ่มใหม่

Shot 2-วินกับแอนจับมือ ลุกขึ้นและออกเดินไป

 

TREATMENT

                 ในช่วงบ่ายฤดูร้อน  มีนักเรียนวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนัดกันมาทำรายงานที่โรงเรียนในช่วงปิดเทอม  ซึ่งโรงเรียนในเวลานี้มีเด็กนักเรียนเข้ามานั่งเล่น ทำงาน หรือเล่นกีฬาอยู่ตลอดแต่ด้วยจำนวนที่บางตาและรวมกันอยู่เป็นกลุ่มๆ  เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ประกอบด้วย  แอน  แจ็ค (เด็กหนุ่มที่กำลังคบกันอยู่)  และเพื่อนๆของแอน…แพรกับตูน (เพื่อนสาว)   หลังจากที่ก้าวพ้นประตูโรงเรียนมาได้ไม่นาน  พวกเขาก็เริ่มมองหาที่นั่งที่อากาศดีและไม่ร้อนจนเกินไป  การเดินของพวกเขามีพูดคุย หยอกล้อกันไปเรื่อยทำให้รู้ได้ว่าทุกคนสนิทสนมกันมานานแล้ว

                ไม่นานพวกเขาก็เดินมาหยุดที่โต๊ะไม้ตัวหนึ่งใต้อาคารเรียน  ที่นั่นเด็กเป็นกลุ่มๆนั่งทำงานหรือพูดคุยกันอยู่แล้ว  ทันทีพวกเขานั่งลง  แอนก็เปิดวงสนทนาทันที  เธอถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเพื่อนๆด้วยความคิดถึงแม้เพิ่งจะห่างกันไปได้ไม่ถึงเดือนก็ตาม  รวมถึงแจ็ค เด็กหนุ่มที่กำลังคบกับเธอด้วย  จนเวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง  สาวๆก็ยังพูดไม่หยุด  แจ็คเริ่มรำคาญและหมดความอดทนกับเรื่องไร้สาระนี้จึงตะโกนตัดบทขึ้นเป็นการปิดวงสนทนาและบอกให้แอนและเพื่อนๆของเธอเริ่มลงมือทำงานสักที  ทั้งหมดจึงได้หยุดการพูดคุยและเริ่มลงมือทำงานทันที

                ผ่านไปครู่หนึ่ง  มีลมพัดผ่านแนวโต๊ะบริเวณนั้นอย่างแรง  ทำให้เศษกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าแอนปลิวไปตามสายลมร่วงสู่พื้นอย่างช้าๆ  จนเมื่อสายลมนั้นสงบลง  แอนจึงลุกจากโต๊ะเดินไปเก็บมัน  แต่ในขณะนั้นเองมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าวิน เดินผ่านมาพอดี  วินเห็นเศษกระดาษปลิวมาตกลงตรงหน้าพอดี  เขาจึงก้มลงเก็บพอดีกับในจังหวะที่แอนเดินมาถึง  วินเงยหน้าพร้อมกับยืนขึ้นก่อนจะส่งกระดาษให้เธอ  …เขาส่งยิ้มให้แธอ  เธอยิ้มตอบ  ทั้งสองสบตากัน…  ก่อนที่แอนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม

เวลาของเด็กหนุ่มเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่  วินเดินใจลอยไปถึงโต๊ะซึ่งถัดจากโต๊ะของแอนมาสองสามตัว  จนเมื่อเขาเดินมาถึง  เพื่อนๆของวิน  อันได้แก่เจี๊ยบและอาร์มจึงเอ่ยถามสาเหตุที่ทำให้เขาใจลอยด้วยความสงสัย  เมื่อความจริงถูกเฉลยจากปากวินถึงสาเหตุที่เขารู้สึกชอบเด็กสาวที่ได้เก็บกระดาษให้เมื่อครู่นี้ทันทีที่ได้พบ  เจี๊ยบก็ขัดทันทีเพราะเขารู้จักกับเธอและรู้ว่าแอนมีคนมาจีบเยอะ…เธอเป็นคนที่สวย น่ารักคนหนึ่ง กว่าจะจีบได้คงลำบากและคงจะเข้าไปถึงตัวยากอย่างแน่นอน  และที่สำคัญเธอก็มีแฟนที่เธอรักมากและคบกันมานานอยู่แล้วด้วย  วิน นิ่ง…ไม่พูดอะไร ได้แต่รับฟังเพื่อนๆ  (อย่างไรก็ตาม เขาจะลองดูสักครั้ง   เธอจะเป็นแฟนคนแรกในชีวิตของเขาได้หรือไม่?)  เมื่อวินกับเพื่อนๆลุกขึ้นไป  หารู้ไม่ว่าที่โต๊ะข้างๆ ดอน…เด็กหนุ่มที่ตามแอนมาห่างๆตั้งแต่เธอเดินเข้าประตูโรงเรียนมาและได้นั่งจ้องเธอมาตลอด กลับเริ่มรู้สึกจิตใจว้าวุ่น  …เขาลังเล ไม่กล้าเข้าไปทักในขณะที่แฟนและเพื่อนๆของเธอนั่งอยู่เต็มโต๊ะ   

                แต่ละวันผ่านไป  วินขอคำปรึกษากับเพื่อนรักทั้งสอง  เจี๊ยบและอาร์มก็ได้สลับกันบอกทั้งเทคนิคและวิธีจีบฯให้เขา  วินเป็นคนซื่อและไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนจึงไม่รู้การวางตัว   และเพราะความช่วยเหลือจากเพื่อนๆทำให้สืบรู้ว่าแอนเข้ามาทำงานกับกลุ่มเพื่อนๆทุกจันทร์ พุธ ศุกร์  วินจึงตั้งใจมาดักเจอแอนตอนเช้า ในวันที่แอนมาถึงก่อนแจ็คและเพื่อนๆ  …บางครั้งวินก็เสนอกับเจี๊ยบและอาร์มให้เลือกโต๊ะนั่งทำงานใกล้ๆกับแอน  แม้เธอจะไม่รู้ตัว  แต่การได้แอบมองและรู้สึกว่ามีคนรักอยู่ใกล้เช่นนี้ก็มีความสุขแล้ว…  ยังไงก็แล้วแต่  ดอนยังคงมุ่งมั่นต่อไปในการคอยโอกาสเหมาะที่จะเข้าไปคุยกับแอนในขณะที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับเธอเช่นกัน

จนเมื่อสบโอกาสเหมาะ  แอนนั่งอยู่คนเดียว   วินเลยเดินเข้าไปแนะนำตัวและพูดคุย  จนทำให้ดอนถึงกับเคืองอย่างมากเพราะวินเข้าไปหาเธอในจังหวะที่เขาเองก็กำลังจะลุกไปพอดี  …วันหนึ่งเมื่อโอกาสของดอนมาถึง  เขาจึงเข้าไปหาแอนเพื่อแสดงตัวและนัดเธอให้ไปทานเข้ากับเขาในวันรุ่งขึ้น 

เพราะหลายวันที่ผ่านมา  ทุกวันที่แอนเข้าโรงเรียนมักจะได้คุยกับวินเสมอ  ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจึงเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆในเวลาต่อมา  …เมื่อเวลาพักกลางวันของวันรุ่งขึ้นมาถึง  ดอนจึงได้กินข้าวกับแอนพลางแนะนำตัวและพูดคุยกันอย่างออกรส  แต่ปรากฎว่าแจ็คเดินมาเห็นพอดีจึงรีบวิ่งเข้าไปลากตัวดอนออกมาทันทีก่อนที่จะกล่าวตักเตือน  เขาบอกว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นดอนอยู่กับแอนอีก ได้มีเรื่องแน่!  จากนั้นจึงปล่อยดอนไปด้วยสายตาที่อาฆาต  ทางด้านดอน ใช่ว่าเขาจะกลัวแต่ที่หือไม่ได้แต่เป็นเพราะเขาตัวคนเดียว ไม่มีพรรคพวกนั่นเอง  เมื่อดอนเดินไปไกลลับตา  แจ็คหันมาทางแอนก่อนที่จะเข้ามานั่งคุย 

…เช้าวันหนึ่ง วินตั้งใจมาดักเจอแอนตามปกติ  แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง  เมื่อพบว่ามีเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้เดินมาคู่กับเธอ  (เด็กหนุ่มคนนั้นอาจมาดักเจอแอนเหมือนกับเขาก็ได้)  พร้อมกำลังยื่นช่อดอกไม้ให้เธอในขณะที่กำลังเดินผ่านหน้าเขาพอดี  วินรู้สึกเจ็บใจตัวเองเพียงเล็กน้อยที่ปล่อยโอกาสให้ใครก็ไม่รู้เข้ามาหาแอนได้  …ด้วยความเข้าใจ  ไม่นานเขาก็สืบจนรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมีชื่อว่าดอน  …หลายวันผ่านไป  หลังจากที่รู้ว่าวันไหนแจ็คไม่ได้มากับเธอ  วินก็จะแอบเพื่อนๆไปนั่งทำงานให้แอนและเพื่อนๆเธอในอยู่เสมอ  ฝ่ายตูนกับแพรก็ห้ามเชิงเตือน  แอนได้แต่รับฟังและคิดตาม  ความจริงแล้วในในเธอก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นกับทั้งวินและดอน  รวมถึงแจ็คผู้ซึ่งกำลังคบเธออยู่  ถึงคราวที่เธอต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร  (แต่แอนก็ไม่สามารถตัดสินใจได้สักที)    …ทว่าในใจของวิน แอนคือคนที่…ใช่เลย!        

ในวันที่วินเดินกลับบ้านกับแอน  ขณะเดินอยู่เขาบอกเธอว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งจะพาไป  …ไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่สระว่ายน้ำบนคอนโดฯแห่งหนึ่ง  ที่ซึ่งมีความสงบ ร่มรื่น และมีทิวทัศน์ที่สวยงามเมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างจากชั้นนั้น  วินบอกกับแอนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่เขาชอบมาเวลามีเรื่องทุกข์หรือกังวลใจเพื่อหาความสงบให้กับชีวิต  หรือบางวันเขาจะมาเพื่อนั่งคิดทบทวนเรื่องต่างๆเพื่อหาคำตอบอีกด้วย  แอนรับฟังก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าตามคำชวนของวิน  เขายังบอกกับเธอว่า  เวลาที่เขามีเรื่องไม่สบายใจเขามักจะมองขึ้นไปบนฟ้าและพูดกับมัน  …จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง  ทั้งวินและแอนต่างก็รู้สึกมีความสุขมากที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ดีๆให้แก่กัน   

จนมาวันหนึ่งวินตั้งใจจะเดินเอาของไปให้แอนที่โรงเรียน  เมื่อเดินไปใกล้จะถึงในระยะที่มองเห็นกลุ่มของเธอ   เขาเห็นดอนกับแอนนั่งคุยเล่นกันอยู่   วินกลับรีบหลบหลังเสาทันที(ในจังหวะที่แอนคุยกับดอนอยู่แล้วหันมาทางวินพอดี)  พลางมองดูของในมือ …เขาไม่รู้สึกโกรธ เพราะทำใจยอมรับได้  และไม่คิดจะทำร้ายดอนแต่อย่างไร  เพราะเขาไม่อยากให้แอนลำบากใจ  วินคิดแล้วจึงเดินจากไป…    ทว่าโชคร้ายที่แจ็คเดินมาพบดอนอยู่กับแอนเข้าอีก  เขารู้สึกเลือดขึ้นหน้าทันที  แต่ในขณะที่เขากำลังเหวี่ยงหมัดไปชกดอน  วินที่กลับมาเพราะได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทก็วิ่งเข้ามาขวางดอนจากแจ็คทันที  วินแนะนำตัวว่าเขาเป็นใคร และบอกกับแจ็คให้เปิดใจบ้างเพราะมีหลายคนที่ชอบแอนอยู่แต่ไม่แสดงตัว  …จนเมื่อทั้งวินและเดินพากันออกไป  แจ็คก็หันมาถามแอนว่าคิดกับเขาอย่างไร…

บ่ายวันหนึ่งที่บ้านของแอน  เธอบอกแม่ว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน  โดยที่แม่ถามยังไม่ทันจบว่าไปกับใคร  แอนก็พรวดพราดออกไปทันที  แม่เดินตามออกมาเห็นแจ็คมายืนรอแอนอยู่หน้าบ้าน  เนื่องจากแม่เป็นคนสมัยเก่า (หัวโบราณ) ทำใจไม่ได้ที่ลูกสาวจะมีแฟนก่อนวัยอันควรทำให้มีปากเสียงกับแอนอย่างรุนแรง  เพราะความน้อย ใจ
ในที่สุดแอนบอกว่าเธอจะไปจากที่นี่  ด้วยอารมณ์โกรธแม่จึงประชดไปว่า ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีก…  แอนจึงลากแจ็คออกมาทันที  เมื่อเธอออกไปได้สักพักทั้งตัวและมือไม้ของแม่แอนก็เริ่มสั่นบ่งบอกถึงความรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งทำลงไปถูกต้องหรอไม่  …ส่วนแอนหลังออกจากบ้านมา  เธอเอาแต่บอกวินให้พาหนีไป  …จะไปที่ไหนก็ได้  แต่ขอให้ไปไกลๆจากบ้านเพราะเธอไม่คิดจะกลับมาอีกแล้ว  ตอนแรกแจ็คไม่เห็นด้วยและบอกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นไม่ถูก  แต่เมื่อแอนรบเร้าเขามากๆ แจ็คก็ถึงกลับใจอ่อนและยอมขี่มอเตอร์ไซด์มารับเธอในที่สุด

ที่หน้าร้านอาหารตรงข้ามโรงเรียนฝั่งประตูเล็ก (ริมฟุตบาท)  แอนมานั่งคอยแจ็คด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นและสับสน  สักพักแจ็คก็มาถึงพร้อมกับมอเตอร์ไซด์  ก่อนที่แอนจะนั่งเขาถามเธอว่าแน่ใจแล้วหรือกับสิ่งที่ทำ  เธอตอบว่าแน่ใจ  รถมอเตอร์ไซด์จึงออกตัวทันทีที่แอนขึ้นซ้อน  พอดีกับที่วินและเพื่อนๆเดินสวนจะเข้าโรงเรียนมาพอดี   เมื่อเห็นเข้า  วินก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เก็บไปคิดอย่างไร  จน 3วันผ่านไป  วินชักเริ่มเอะใจและเริ่มอยากรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองสงสัยนี้จะถูกต้องหรือไม่  เขาจึงออกตามหาแพรกับตูน  และเมื่อได้พบกับแพร (ขณะนั่งทำงานอยู่คนเดียว)  เขาจึงถามว่าแอนหายไปไหน  ทางด้านแพรที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอก็บอกความจริงไป (แอนทะเลาะกับแม่และชวนแจ็คหนีตามกันไป)  เมื่อวินได้ยินดังนั้นก็เท่ากับเพิ่มความเชื่อมั่นว่าแอนหนีไปแล้วจริงๆจากการเห็นแอนซ้อนท้ายไปกับมอเตอร์ไซด์ของวินเมื่อหลายวันก่อน  มันทำให้เขาถึงกับรู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที…

                …หลายวันผ่านไป  …แม้ว่าเพื่อนๆจะชวนไปเล่นบาสฯเพื่อให้วินได้หยุดคิดถึงแอน  แต่วินกลับชู้ตทีสองทีก็เลิก ไม่ได้ตั้งใจเล่น และเพราะอาการใจลอยลูกบาสฯจึงไม่ลงแป้น   ต่อมาเขาจึงไปนั่งข้างสนาม เฝ้าของให้เพื่อนๆพลางอดคิดถึงเธอไม่ได้เลย  เพราะทุกวันที่ผ่านมานี้เขายังคงเฝ้ารอแอน  ด้วยการไปที่สระว่ายน้ำบนคอนโดฯทุกวันด้วยความหวังลมๆแล้งๆเพียงเพราะความเชื่อว่า  สักวันหนึ่งเธอจะต้องกลับมา  …จนเวลาได้ผ่านไปหลายสัปดาห์ เจี๊ยบกับอาร์มก็นัดวินมาทำงานที่โรงเรียนในวันหนึ่ง  ที่โต๊ะแถวนั้นมีคนนั่งคนมากมาย (เต็มเกือบทุกโต๊ะ)   เจี๊ยบกับอาร์มก็นั่งทำงานไป แต่วินนั่งเหม่อลอย เพื่อนๆดูออกว่าเขาซีดเซียวลงไป  ใบหน้าหมองคล้ำ เหมือนกับคนไม่สบายใจอย่างหนัก และไม่ยอมกินข้าว  เจี๊ยบกับอาร์มก็ได้พูดปลอบใจและให้กำลังใจวินมากเท่าที่พวกเขาจะทำได้ เพื่อให้วินรู้สึกดีขึ้น  แต่ทว่าภายในใจของวินไม่ได้เป็นเช่นนั้น  …ตอนนี้เขามีความรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ตัวคนเดียวในโลก  รอคอยความรักที่สูญหาย กลับคืน……    

                หนึ่งเดือนต่อมา  ในช่วงเย็นที่วินมุ่งหน้ามายังสระว่ายน้ำตามปกติก่อนจะกลับบ้าน  เมื่อลิฟท์ชั้น6เปิดออก  เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบแอนขณะที่กำลังจะกระโดดตึกเพื่อฆ่าตัวตาย  วินเห็นเข้าจึงไม่รอช้า  เขารีบวิ่งไปคว้าตัวแอนด้วยความเร็วในจังหวะที่ทันท่วงทีก่อนแอนจะตกลงไปหากคว้าตัวไว้ช้ากว่านี้    แอนหันมามองและโผเข้ากอดทั้งน้ำตา  หลังจากวินประคองแอนให้นั่งเพื่อที่จะพูดคุย  วินก็เริ่มถามด้วยความสงสัยทันที  เนื่องจากเห็นสภาพที่มอมแมมของเธอ  เขาจึงถามว่าไปทำอะไรมา  แอนจึงได้เล่าว่าไปเจออะไรมาบ้าง  และยากลำบากแค่ไหน   จนเมื่อนึกขึ้นได้ วินสงสัยว่าทำไมถึงคิดฆ่าตัวตาย  ก่อนตอบ ปากของแอนเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด เธอพูดพร้อมน้ำตาคลอ…เพราะแจ็คหายตัวไป (เธอไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน  หลังจากที่เธอออกตามหาแล้วไม่พบ  รวมทั้งได้รออยู่นานเขาก็ไม่ยอมกลับมา  ทำให้แอนเชื่อว่าแจ็คต้องแอบหนีไปมีผู้หญิงอื่นอย่างแน่นอน)   พูดจบเธอก็ร้องไห้อย่างหนัก  วินปลอบด้วยคำพูดที่กลั่นกรองออกมาอย่างดี   แต่เพียงชั่วครู่…แอนเกิดสลบไป  วินเรียก…แอนยังนิ่ง….   

                เมื่อเธอลืมตา   วินถามแอนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า  เธอบอกว่าคงไม่เป็นไร หน้ามืดไปเท่านั้นเอง  …อย่าห่วง …เธอสบายดี  …ไม่จำเป็นต้องพาไปหาหมอหรอก…เล็กน้อย…  เย็นวันนั้น ในขณะที่แจ็คกำลังเดินพาแอนไปส่งบ้าน  เธอก็บอกถึงความรู้สึกไม่สบายใจและความรู้สึกผิดที่มีต่อแม่เมื่อคราวทะเลาะกันครั้งก่อน  วินจึงเสนอว่าให้กลับไปขอโทษแม่และบอกกับแม่ว่ารู้สึกอย่างไร  เขาเชื่อว่าแม่ของเธอคงอภัยและไม่คิดโกรธเธออย่างแน่นอน  เพราะไม่มีแม่คนไหนที่ไม่รักลูกหรอก…  เมื่อถึงหน้าบ้าน  วินบอกให้แอนเข้าไป  ส่วนเขาจะยืนรออยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้เห็นแอนเข้าบ้านแล้วเขาจึงค่อยกลับ  …ยังไม่ทันที่แอนจะหมุนลูกบิดประตู  แม่ก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดแอนทันทีด้วยน้ำตาแห่งความดีใจที่ในที่สุด  แอนก็กลับมา  จากนั้นแอนจึงเอ่ยขอโทษ  แต่แม่กลับบอกว่าลืมให้มันไป  เรื่องที่ผ่านไปแล้วไม่ต้องเก็บมาคิด  และเธอยังโทษตัวเองอีกว่าเธอก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน  ก่อนที่จะเสียเวลาปรับความเข้าใจนานไปกว่านี้  พ่อแอนก็เรียกให้แม่ ลูกเข้าบ้านมาได้แล้ว  …เมื่อวินได้เห็นดังนั้น  เขาจึงรู้สึกสบายใจจึงมุ่งหน้ากลับบ้านไปในที่สุด       

                จากนั้นเป็นต้นมา   เนื่องจากแอนยังไม่หายจากความเศร้า และยังไม่เปิดรับใครทั้งสิ้นเพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะเริ้มต้นใหม่กับใคร  เธอจึงปิดใจและปิดตัวเองในตอนนี้อยู่  แม้แต่ตูนกับแพร…เพื่อนสนิทก็ตาม  แต่เพราะวิน *ในทุกครั้งที่เจอหน้าจะหาโอกาสมาเป็นเพื่อนคุยด้วยเสมอ   หาโอกาสเหมาะๆเข้าไปปลอบเธอ  ทุกที่ที่แอนไปจึงมีเขาไปด้วยเสมอ  ไม่ว่าจะไปกินข้าว วินก็กินไปพร้อมกับชวนคุยไป  …วันหนึ่ง วินชวนแอนไปเล่นบาสฯเพื่อจะได้หาโอกาสอยู่ใกล้ๆเธอและเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เธอเศร้าหรือมัวแต่คิดเรื่องที่ผ่านมา   วินอยากให้เธอปล่อยความรู้สึกนั้นทิ้งไปซะ  …ปล่อยให้มันกลายเป็นอดีตไป  …เขาและกาลเวลาจะทำหน้าที่รักษาเธอเอง  แต่ในขณะที่เล่นบาสฯอยู่แอนก็เกิดหหน้ามืดและหมดสติไปในที่สุด   เมื่อเธอฟื้น  เขาเอาผ้าชุบน้ำประคบหน้าผากให้ วินสั่งว่าต้องไปหาหมอให้ได้  แอนบอกว่าจะลองไปดู  แต่ในใจเธอกลับรู้สึกว่าเรื่องธรรมดาแค่นี้ไม่เห็นจะต้องไปหาหมอเลย…เนื่องจากหลายวันมานี้แอนหน้าซีดไปมาก  เวลาเดินก็มีอาการตัวสั่นอยู่บ่อยครั้ง  รวมทั้งมีอาการเบลอ  บางครั้งก็ความจำสั้น  จำอะไรไม่ค่อยได้เพียงชั่วครู่  ทำให้วินเริ่มสงสัยจากการสังเกตเห็น  …เขาครุ่นคิด

                พักนี้วินสังเกตว่าดอนหายเงียบไปเลยตั้งแต่แอนกลับมา  ทำไมเขาถึงไม่เห็นดอนในขณะที่แอนอยู่ในโรงเรียนนะ…  เขาหายไปไหนกันแน่…  วินอยากจะถามเรื่องนี้กับแอนเต็มแก่  แต่ทุกครั้งที่เจอหน้า  เขาเลือกที่จะเก็บคำถามนี้ไว้เพื่อความสบายใจดีกว่า    …วันหนึ่งในบรรยากาศเย็นสบายน่านั่งเล่น  วินกับแอนสบโอกาสนั่งคุย ปรับทุกข์กัน     วินบอกให้แอนระบายสิ่งที่ค้างคาภายในใจให้หมด  หลังจากที่ปล่อยให้เธอพูดและเขาได้รับฟังทั้งหมด   ก็ถึงเวลาที่วินต้องเป็นฝ่ายพูดปลอบเธอ  …แอนรู้สึกได้ทันที ถึงน้ำเสียงและการใช้คำเพื่อปลอบเธอ …มันเป็นคำพูดที่ดีที่สุดในชีวิตเท่าที่เธอเคยได้ยินมาจากปากผู้ชายคนหนึ่ง จนแอนกลั้นน้ำตาไม่อยู่   วินจึงโผเข้ากอดทันที   แอนรู้ได้เลย ตั้งแต่นี้ต่อไปเธอพร้อมจะเปิดใจรับเรื่องราวต่างๆให้เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง รวมถึงเธอพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับวิน   เขาเป็นคนที่เธอเพิ่งค้นพบว่าได้ตามหามาตลอดชีวิต แม้เธอและเขาจะเพิ่งได้มาเจอกันตอนนี้  แต่กับอนาคตวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้…แต่ไม่สำคัญเท่า…ในวันนี้เหมือนพรมลิขิตนำพาให้เธอและเขาได้มาพบกัน เธอรู้เพียงแต่ว่าจะขอทุ่มเทเต็มที่  ให้กับเด็กหนุ่มธรรมดาผู้ซึ่งทำให้แอนอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในทุกๆวัน   

                หลายวันต่อมา แอนเดินมากับวิน(ที่ช่วยเธอถือหนังสือ)  ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน  พวกเขาออกมาทางด้านหน้าอาคารเรียนตึก 1   แอนรู้สึกก้าวลงบันไดไม่ไหว และวิงวียน บอกกับวินว่าขอนั่งพักตรงนั้นก่อน…  วิน
พยุงแอนนั่งลง   วินจึงรีบถามแอนว่าเป็นอะไร  เธอนิ่ง…ไม่ตอบ  แต่บอกว่า  อีก 3วันให้มาเจอกันที่นี่ตอนเย็น เธอมีเรื่องจะบอกเขา  แอนพูดด้วยเสียงที่สั่นตัดกลับใบหน้าและแววตาที่ดูนิ่งผิดปกติ  ไม่นานทั้งสองจึงลุกขึ้นยืนและเดินจากกันไปคนละทาง จากตรงนั้น

จนเมื่อวินรู้สึกตัวว่าถือหนังสือของแอนติดมือมา เขาก็รีบวิ่งตามเธอออกไปนอกโรงเรียนทันที หวังจะคืนหนังสือให้    เมื่อวินออกมาถึงบริเวณถนนหน้าโรงเรียน  เขาเริ่มมองหาเธอ  ไม่นานก็เหลือบไปเห็นแอนอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องขึ้นไป  เธอกำลังรีบเดินไปยังรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่จอดรออยู่ข้างหน้า(ริมถนน)  สีหน้าเหม่อลอยพลางครุ่นคิด   วินตะโกนเรียก เธอไม่ได้ยิน  ด้วยความใจร้อนอยากคืนหนังสือให้กับเจ้าของเร็วที่สุด  โดยไม่ได้มองซ้ายมองขวา  เขาข้ามถนนไป………….  ประจวบกับที่แอนก้าวขึ้นรถ และรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างก็เคลื่อนออกไปทันที

……………………………………………………………………………………………. 

ที่โรงเรียน วินมาคอยแอน…  ณ บริเวณที่นั่งพักข้างทางเชื่อมฯ  เขาเดินเข้าไปนั่งข้างๆคนกลุ่มหนึ่ง…คนกลุ่มนั้นกลับไม่ได้รู้สึกอยากหันมามองหรือแสดงท่าทางอะไร หรืออยากจะคุยด้วยแต่อย่างไร สักพักวินจึงออกไปเดินเล่นที่ทางเดินยาวเชื่อมจากหน้าประตูโรงเรียนเข้าอาคาร  ระหว่างเดิน ผู้คนที่เดินสวนกับเขาไปกลับมีท่าทีที่นิ่งเฉยและผ่านไป  ไม่ได้สนใจมองดูเขา  …วินเดินไปนั่งเล่นที่ม้านั่งข้างห้องสมุด  เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆเด็กกลุ่มหนึ่งที่มานั่งอยู่ก่อนแล้ว  ทันทีที่วินนั่งลงด้านหลังกลุ่มเด็ก  เด็กคนหนึ่งกลางวงก็ทำท่าตกใจอย่างเห็นได้ชัด  พลางกระซิบบอกเพื่อนเบาๆ… จากนั้นเด็กทั้งกลุ่มก็รีบลุกขึ้นยืนและเดินจากไปยังโรงอาหาร(ข้างหน้า)ทันที  วินมองตาม พลางคิด… 

ที่หน้าเวที ณ ลานการแสดงกลางแจ้งในโรงเรียน  วินเหนื่อยจึงไปนั่งเล่นที่นั่นเป็นการพัก  …มีชายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว  เขาทักวิน  วินคุยกับเขา   ชายแก่คนนั้นจึงได้ถามว่าเป็นไงมาไงมามาทำอะไรที่นี่?   จนผ่านไปนานพอสมควรก็ถึงเวลานัด วินจึงขอตัว…  หลังจากที่ลุกออกมาและเดินมาได้ไม่ไกล   เขาหันหลังกลับไปมอง ชายแก่คนนั้นไม่อยู่ที่นั่นแล้ว  วินคิดว่าเขาคงแยกจากไปอย่างรวดเร็ว    …ทันทีที่วินมาถึงที่บันไดหน้าอาคารเรียนใต้ตึก1 เขาก็นั่งรอพลางดูเวลาทันที   อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลานัดแล้ว

ชั่วครู่ วินเห็นแอนเดินเข้ามาทางประตูเล็ก ด้วยสีหน้าและร่างกายที่ซีดผิดปกติ   เธอเดินอย่างช้าๆเป็นจังหวะด้วยการก้มหน้ามาตลอดทาง   เมื่อเดินมาถึง แอนหยุด และเงยหน้าขึ้นมามองวิน  เธอตกใจเล็กน้อยด้วยการผงะไป    แต่จากนั้นเธอก็นั่งลงข้างวิน  เขาจับตัวเธอ และรู้สึกเย็นมากจนผิดปกติ  วินเริ่มเปิดการสนทนาขึ้นด้วยการถามสารทุกข์สุขดิบ  และคุยกันถึงเรื่องอื่นๆเพียงไม่กี่เรื่อง   ก่อนที่จะเข้าประเด็น 

เขาถามแอนว่ามีอะไรจะบอก   แอนนิ่งไปสักพักด้วยสายตาที่เหม่อมองออกไปไกลพลางครุ่นคิดก่อนที่จะพูด   …ความจริง เธอไปตรวจมาแล้วพบว่าเป็นโรคความดันในหลอดเลือด  วันนี้เป็นวันที่มีกำหนดเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ   …ที่เธอยังไม่อยากบอกในวันนั้นเพราะกลัวว่าวินจะมารั้งตัวเธอไว้ไม่ให้ไป  แต่ที่ตัดสินใจบอกเพราะอยากให้วินเจอคนที่ดีกว่า  และชีวิตของเขายังอีกยาวไกล  ไม่ควรมาจบลงหรือเสียเวลาเปล่าไปกับคนไร้ค่าอย่างเธอที่คงจะหมดความหมายลงในเวลาไม่ช้า   วินเริ่มร้องไห้ พลางพูดแต่ว่าไม่จริง  เขารับไม่ได้  แอนเริ่มน้ำตาคลอและเสียงสั่นๆบอกวินว่าถึงยังไงเธอก็ไปต่างประเทศไม่ได้แล้ว  เพราะเธอ  ตายแล้ว………………….

เมื่อวานตอนบ่าย ที่บ้านของเธอ   มีงานปาร์ตี้ที่เพื่อนๆ และพ่อแม่จัดให้ เพื่อเลี้ยงอำลาทุกคนไปรักษาตัวยังต่างประเทศ    ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกันอยู่นั้น  โทรศัพท์(บ้าน)ก็ดังขึ้น …แอนเดินไปรับโทรศัพท์ที่อยู่อีกห้องหนึ่งไกลออกไป   เสียงเข้ม ทุ้มของผู้ชายปลายสายทำให้รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ  เขาถามเธอว่ารู้จักแจ็คไหม  เธอบอกรู้จัก  เจ้าหน้าที่ฯจึงบอกว่า  ให้ทำใจ  เขามีเรื่องสำคัญจะบอก  …ความจริงแล้วแจ็คไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ  แต่ด้วยการฆาตกรรมของดอนที่โกรธเคืองแจ็คจากเรื่องชกต่อยเมื่อคราวก่อน  …ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ฯพูดยังไม่จบดีแอนก็เริ่มวิงเวียน  หน้ามืด  ก่อนจะเป็นลมล้มลงกับพื้น  และเสียชีวิตไปในที่สุด  ในขณะที่เธอยังไม่ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ฯสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว      ……….เพื่อนสองสามคนเดินถือจานไปล้างผ่านมาพอดีจึงตกใจ (ทำจานตกแตก) ร้องกรี๊ด…

ที่บันไดหน้าตึก  หลังจากที่แอนเล่าให้วินฟังจบ  เขาก็นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรเลย   แอนจึงพูดขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน เพราะไม่มีใครพูดอะไรขึ้นเลย   แอนถามวิน…ที่เธอคุยกับเขาได้ไม่ใช่เพราะเขาก็ตายแล้วหรอกหรือ?  ไม่งั้นเธอกับวินคงไม่ได้พบกันอีกครั้ง  ว่าแล้วแอนจึงถามว่าเขาตายยังไง?      

ช่วงเย็นวันหนึ่ง   บริเวณถนนแถวโรงเรียน  แอนกำลังรีบเดินไปยังรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่จอดรออยู่ข้างหน้าริมถนน  สีหน้าเหม่อลอยพลางครุ่นคิด   วินตะโกนเรียก เธอไม่ได้ยิน  ด้วยความอยากรู้ที่มีในหัวใจเต็มเปี่ยมว่าแอนจะบอกอะไร  โดยไม่ได้มองซ้ายมองขวา  *เขาข้ามถนนไป…….   ประจวบกับที่แอนปิดประตู และรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างก็เคลื่อนออกไปทันที      ที่ถนน วินถูกรถยนต์ขับมาชนเข้าอย่างจัง เขากระเด็นไปตามแรงประทะของรถไม่ไกลก็ล้มลงไปกับพื้นถนน  เลือดไหลออกมาจากทั่วร่างกายมากมาย   เขาสิ้นลมไปพร้อมกับกองเลือด  ………  ทันทีที่เกิดเหตุ  บริเวณนั้นมีคนมามุงดูมากมาย  แต่ทว่ารถมอเตอร์ไซด์รับจ้างคันที่แอนขึ้น กลับเคลื่อนออกไปไกลมากจนเกินกว่าจะรู้ถึงเรื่องราวที่เกิด

เมื่อวินเล่าจบ  เธอเริ่มน้ำตาคลอและรั้องไห้ในที่สุด  เธอขอโทษวินที่ไม่ได้สนใจเขา (ถึงแม้ว่าแอนจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของวินในตอนนั้นก็ตาม) เพราะเธอทำให้วินต้องเสียชีวิต  เพียงถ้าหากเธอไม่ใจลอย  ขึ้นรถช้ากว่านี้หน่อย วินก็จะไม่ตาย  แต่วินกลับพูดสวนขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือพลางเอามือปาดน้ำตาแอนที่ใบหน้า และบอกว่า ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก งานนี้ไม่มีใครผิด  และไม่ไช่เพราะเธอหรอกหรือที่ทำให้เราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง?  ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ตายจากไป เขากับเธอก็คงจะไม่มีวันได้กลับมารักกันอีก…  เขาพูดพลางยิ้ม  แอนหยุดเริ่มหยุดร้องไห้และบอกว่า …ถ้ามันคือโชคชะตาที่ลิขิตไว้เพื่อที่ให้เราได้รักกันจริง และเกิดมาเป็นคู่แท้ของกันและกันจริงๆ  ตอนนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอก็พร้อมแล้ว หากมีวินอยู่เคียงข้างเธอเสมอ  …เธอพร้อมที่จะออกเดินทางไกลไปกับเขาและความรักที่ยิ่งใหญ่  พร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรค  ด้วยรักที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง …เป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อแอนพูดจบ  วินกับแอนก็ประสานมือเข้าไว้ด้วยกัน  ทั้งสองสบตา  และลุกขึ้นยืน  ก่อนที่จะก้าวลงบันไดพร้อมกันเพื่อออกเดินไปในเส้นทางที่ทอดยาวไกลข้างหน้า  พร้อมกับแสงสีขาวนวลดุจละอองเมฆที่ส่องแสงตลอดทาง   …มันเป็นเส้นทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

SYNOPSIS

               ในขณะที่แอนกับแจ็ค (เด็กหนุ่มที่กำลังคบกันอยู่)  และเพื่อนๆของเธอนั่งทำงานอยู่นั้น  ก็มีเหตุบังเอิญให้วินได้มาพบกับแอน  …ทันทีที่ได้พบ วินรู้เลยว่าเธอนี่แหล่ะ…คือแฟนคนแรกของเขา  หารู้ไม่ว่านอกจากเขาแล้ว ดอนยังเป็นอีกคนหนึ่งที่แอบชอบแอนอยู่ด้วย  ถึงขนาดวันหนึ่งที่แจ็คเกิดเห็นแอนอยู่กับดอนก็เกิดไม่พอใจขึ้นมา  จนทำให้มีเรื่องชกต่อยกันเลยทีเดียว 

แต่เหมือนกับฟ้ากลั่นแกล้ง! ทั้งที่วินกำลังจะได้เป็นเพื่อนสนิทกับแอนแล้วแท้ๆ  แอนกลับทะเลาะกับแม่อย่างรุนแรงแล้วเกิดชวนแจ็คหนีตามไปกับเธอซะนี่…  หลังจากที่วินรู้จึงมัวแต่นั่งเศร้าไปวันๆ  หมดอาลัยตายอยากในชีวิต

                ทว่าไม่นานโชคก็มาถึง พร้อมกับส่งแอนกลับมาในสภาพที่อยากฆ่าตัวตายและสภาพจิตใจหดหู่อย่างแรง  เพราะแจ็คได้เสียชีวิตไปแล้ว!  โชคดีที่แอนได้วินมาคอยปลอบและเป็นกำลังใจอยู่เสมอ  จึงทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น  (…ทางด้านดอนก็เริ่มทำตัวน่าสงสัย  เพราะหลายวันมานี้ไม่มีใครเห็นเขาเลย)  แต่คราวเคราะห์ก็ยังไม่หมดสักที… วินเริ่มสังเกตเห็นอาการที่แอนชอบหน้ามืดบ่อยๆ  เขาจึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่…

                จนเมื่อแอนเอ่ยปากนัดกับวินว่าอีก 3วันให้มาเจอกัน  เธอมีเรื่องจะบอก  …ด้วยความอยากรู้เขาจึงทำได้แค่เพียงอดทนรอด้วยใจจดจ่อเป็นอย่างยิ่ง…ไม่นานวันนั้นก็มาถึงจนได้! 
แอนมาในสภาพที่เนื้อตัวเย็นเฉียบ ก่อนจะเอ่ยทักทายวิน  …ว่าแต่เธอจะบอกอะไรให้เขารู้กันแน่?   หลังจากที่วินอึ้งกับสิ่งที่แอนบอก เขาก็ต้องตกใจเข้าไปอีกเมื่อแอนบอกว่าเธอ ตาย แล้ว!!!!   ทางด้านวินก็ไม่น้อยหน้า…  เขามีเรื่องสำคัญจะบอกเธอเช่นกัน!   แล้วเรื่องราวจะจบลงอย่างไร…   วินกับแอนจะได้รักกันอีกครั้งหรือไม่?  สุดท้ายแล้วดอนหายไปไหนกันแน่?  โปรดติดตาม…..     

 

REVEALED SYNOPSIS

               ในขณะที่แอนกับแจ็ค (เด็กหนุ่มที่กำลังคบกันอยู่)  และเพื่อนๆของเธอนั่งทำงานอยู่นั้น  ก็มีเหตุบังเอิญให้วินได้มาพบกับแอน  …ทันทีที่ได้พบ วินรู้เลยว่าเธอนี่แหล่ะ…คือแฟนคนแรกของเขา  หารู้ไม่ว่านอกจากเขาแล้ว ดอนยังเป็นอีกคนหนึ่งที่แอบชอบแอนอยู่ด้วย  ถึงขนาดวันหนึ่งที่แจ็คเกิดเห็นแอนอยู่กับดอนก็เกิดไม่พอใจขึ้นมา  จนทำให้มีเรื่องชกต่อยกันเลยทีเดียว 

แต่เหมือนกับฟ้ากลั่นแกล้ง! ทั้งที่วินกำลังจะได้เป็นเพื่อนสนิทกับแอนแล้วแท้ๆ  แอนกลับทะเลาะกับแม่อย่างรุนแรงแล้วเกิดชวนแจ็คหนีตามไปกับเธอซะนี่…  หลังจากที่วินรู้จึงมัวแต่นั่งเศร้าไปวันๆ  หมดอาลัยตายอยากในชีวิต

                ทว่าไม่นานโชคก็มาถึง พร้อมกับส่งแอนกลับมาในสภาพที่อยากฆ่าตัวตายและสภาพจิตใจหดหู่อย่างแรง  เพราะแจ็คได้เสียชีวิตไปแล้ว!  โชคดีที่แอนได้วินมาคอยปลอบและเป็นกำลังใจอยู่เสมอ  จึงทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น  (…ทางด้านดอนก็เริ่มทำตัวน่าสงสัย  เพราะหลายวันมานี้ไม่มีใครเห็นเขาเลย)  แต่คราวเคราะห์ก็ยังไม่หมดสักที… วินเริ่มสังเกตเห็นอาการที่แอนชอบหน้ามืดบ่อยๆ  เขาจึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่…

                จนเมื่อแอนเอ่ยปากนัดกับวินว่าอีก 3วันให้มาเจอกัน  เธอมีเรื่องจะบอก  …ด้วยความอยากรู้เขาจึงทำได้แค่เพียงอดทนรอด้วยใจจดจ่อเป็นอย่างยิ่ง…ไม่นานวันนั้นก็มาถึงจนได้!  แอนมาในสภาพที่เนื้อตัวเย็นเฉียบ ก่อนจะเอ่ยทักทายวิน  และเมื่อเธอได้บอกความจริงกับเขาว่าเธอเป็นโรคร้าย  ต้องเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศวันนี้  ก็ทำให้วินถึงกับอึ้ง… 

แต่เธอกลับบอกว่ายังไงก็ไม่ได้ไปแล้วเพราะว่าเธอตายแล้ว!   …เมื่อวานในงานปาร์ตี้เลี้ยงอำลาญาติเพื่อนฝูง  แอนได้รู้ความจริงว่าแจ็คเสียชีวิตแล้วด้วยความเข้าใจผิดทำให้พลาดท่าโดนอาวุธอย่างไม่ได้ตั้งใจของดอน  ทำให้เธอถึงกับหมดสติไปและเสียชีวิตทันทีในขณะที่เธอยังไม่ได้รู้ว่าตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว (ดอนขอมอบตัวโดยดี)   …ทางด้านวินก็ไม่น้อยหน้า  เขาเล่าถึงสาเหตุการตายของเขาทันทีเมื่อเธอเอ่ยถาม  เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคนทั้งสองคงมาคุยกันอย่างนี้ไม่ได้หรอก!

เมื่อ 3วันก่อน หลังจากที่แอนนัดกับวิน  เขาก็นึกขึ้นได้ว่าถือหนังสือแอนติดมือมาจึงรีบวิ่งไปคืน  เมื่อออกมาจากโรงเรียน  วินเห็นแอนเดินอยู่อีกฟากถนน  เขาตะโกนเรียกเท่าไหร่แต่เธอก็ไม่ได้ยิน  เพราะความใจร้อน อยากจะคืนหนังสือให้เธอโดยเร็ว  เขาจึงตัดสินใจข้ามถนนไปอย่างเร่งรีบ  ผลปรากฎว่าวินถูกรถชนอย่างแรง  เสียชีวิตทันที…  พร้อมๆกับแอนได้ก้าวขึ้นรถยนต์ที่มารอรับอยู่ข้างหน้าและขับออกไปทันที

                เมื่อทั้งสองเข้าได้รับรู้เรื่องของกันและกัน  ต่างก็ยอมรับและพร้อมเริ่มต้นกับความรักครั้งใหม่และตัดสินใจออกเดินทางไกลไปด้วยกัน…