TREATMENT

                 ในช่วงบ่ายฤดูร้อน  มีนักเรียนวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนัดกันมาทำรายงานที่โรงเรียนในช่วงปิดเทอม  ซึ่งโรงเรียนในเวลานี้มีเด็กนักเรียนเข้ามานั่งเล่น ทำงาน หรือเล่นกีฬาอยู่ตลอดแต่ด้วยจำนวนที่บางตาและรวมกันอยู่เป็นกลุ่มๆ  เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ประกอบด้วย  แอน  แจ็ค (เด็กหนุ่มที่กำลังคบกันอยู่)  และเพื่อนๆของแอน…แพรกับตูน (เพื่อนสาว)   หลังจากที่ก้าวพ้นประตูโรงเรียนมาได้ไม่นาน  พวกเขาก็เริ่มมองหาที่นั่งที่อากาศดีและไม่ร้อนจนเกินไป  การเดินของพวกเขามีพูดคุย หยอกล้อกันไปเรื่อยทำให้รู้ได้ว่าทุกคนสนิทสนมกันมานานแล้ว

                ไม่นานพวกเขาก็เดินมาหยุดที่โต๊ะไม้ตัวหนึ่งใต้อาคารเรียน  ที่นั่นเด็กเป็นกลุ่มๆนั่งทำงานหรือพูดคุยกันอยู่แล้ว  ทันทีพวกเขานั่งลง  แอนก็เปิดวงสนทนาทันที  เธอถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเพื่อนๆด้วยความคิดถึงแม้เพิ่งจะห่างกันไปได้ไม่ถึงเดือนก็ตาม  รวมถึงแจ็ค เด็กหนุ่มที่กำลังคบกับเธอด้วย  จนเวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง  สาวๆก็ยังพูดไม่หยุด  แจ็คเริ่มรำคาญและหมดความอดทนกับเรื่องไร้สาระนี้จึงตะโกนตัดบทขึ้นเป็นการปิดวงสนทนาและบอกให้แอนและเพื่อนๆของเธอเริ่มลงมือทำงานสักที  ทั้งหมดจึงได้หยุดการพูดคุยและเริ่มลงมือทำงานทันที

                ผ่านไปครู่หนึ่ง  มีลมพัดผ่านแนวโต๊ะบริเวณนั้นอย่างแรง  ทำให้เศษกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าแอนปลิวไปตามสายลมร่วงสู่พื้นอย่างช้าๆ  จนเมื่อสายลมนั้นสงบลง  แอนจึงลุกจากโต๊ะเดินไปเก็บมัน  แต่ในขณะนั้นเองมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าวิน เดินผ่านมาพอดี  วินเห็นเศษกระดาษปลิวมาตกลงตรงหน้าพอดี  เขาจึงก้มลงเก็บพอดีกับในจังหวะที่แอนเดินมาถึง  วินเงยหน้าพร้อมกับยืนขึ้นก่อนจะส่งกระดาษให้เธอ  …เขาส่งยิ้มให้แธอ  เธอยิ้มตอบ  ทั้งสองสบตากัน…  ก่อนที่แอนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม

เวลาของเด็กหนุ่มเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่  วินเดินใจลอยไปถึงโต๊ะซึ่งถัดจากโต๊ะของแอนมาสองสามตัว  จนเมื่อเขาเดินมาถึง  เพื่อนๆของวิน  อันได้แก่เจี๊ยบและอาร์มจึงเอ่ยถามสาเหตุที่ทำให้เขาใจลอยด้วยความสงสัย  เมื่อความจริงถูกเฉลยจากปากวินถึงสาเหตุที่เขารู้สึกชอบเด็กสาวที่ได้เก็บกระดาษให้เมื่อครู่นี้ทันทีที่ได้พบ  เจี๊ยบก็ขัดทันทีเพราะเขารู้จักกับเธอและรู้ว่าแอนมีคนมาจีบเยอะ…เธอเป็นคนที่สวย น่ารักคนหนึ่ง กว่าจะจีบได้คงลำบากและคงจะเข้าไปถึงตัวยากอย่างแน่นอน  และที่สำคัญเธอก็มีแฟนที่เธอรักมากและคบกันมานานอยู่แล้วด้วย  วิน นิ่ง…ไม่พูดอะไร ได้แต่รับฟังเพื่อนๆ  (อย่างไรก็ตาม เขาจะลองดูสักครั้ง   เธอจะเป็นแฟนคนแรกในชีวิตของเขาได้หรือไม่?)  เมื่อวินกับเพื่อนๆลุกขึ้นไป  หารู้ไม่ว่าที่โต๊ะข้างๆ ดอน…เด็กหนุ่มที่ตามแอนมาห่างๆตั้งแต่เธอเดินเข้าประตูโรงเรียนมาและได้นั่งจ้องเธอมาตลอด กลับเริ่มรู้สึกจิตใจว้าวุ่น  …เขาลังเล ไม่กล้าเข้าไปทักในขณะที่แฟนและเพื่อนๆของเธอนั่งอยู่เต็มโต๊ะ   

                แต่ละวันผ่านไป  วินขอคำปรึกษากับเพื่อนรักทั้งสอง  เจี๊ยบและอาร์มก็ได้สลับกันบอกทั้งเทคนิคและวิธีจีบฯให้เขา  วินเป็นคนซื่อและไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนจึงไม่รู้การวางตัว   และเพราะความช่วยเหลือจากเพื่อนๆทำให้สืบรู้ว่าแอนเข้ามาทำงานกับกลุ่มเพื่อนๆทุกจันทร์ พุธ ศุกร์  วินจึงตั้งใจมาดักเจอแอนตอนเช้า ในวันที่แอนมาถึงก่อนแจ็คและเพื่อนๆ  …บางครั้งวินก็เสนอกับเจี๊ยบและอาร์มให้เลือกโต๊ะนั่งทำงานใกล้ๆกับแอน  แม้เธอจะไม่รู้ตัว  แต่การได้แอบมองและรู้สึกว่ามีคนรักอยู่ใกล้เช่นนี้ก็มีความสุขแล้ว…  ยังไงก็แล้วแต่  ดอนยังคงมุ่งมั่นต่อไปในการคอยโอกาสเหมาะที่จะเข้าไปคุยกับแอนในขณะที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับเธอเช่นกัน

จนเมื่อสบโอกาสเหมาะ  แอนนั่งอยู่คนเดียว   วินเลยเดินเข้าไปแนะนำตัวและพูดคุย  จนทำให้ดอนถึงกับเคืองอย่างมากเพราะวินเข้าไปหาเธอในจังหวะที่เขาเองก็กำลังจะลุกไปพอดี  …วันหนึ่งเมื่อโอกาสของดอนมาถึง  เขาจึงเข้าไปหาแอนเพื่อแสดงตัวและนัดเธอให้ไปทานเข้ากับเขาในวันรุ่งขึ้น 

เพราะหลายวันที่ผ่านมา  ทุกวันที่แอนเข้าโรงเรียนมักจะได้คุยกับวินเสมอ  ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจึงเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆในเวลาต่อมา  …เมื่อเวลาพักกลางวันของวันรุ่งขึ้นมาถึง  ดอนจึงได้กินข้าวกับแอนพลางแนะนำตัวและพูดคุยกันอย่างออกรส  แต่ปรากฎว่าแจ็คเดินมาเห็นพอดีจึงรีบวิ่งเข้าไปลากตัวดอนออกมาทันทีก่อนที่จะกล่าวตักเตือน  เขาบอกว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นดอนอยู่กับแอนอีก ได้มีเรื่องแน่!  จากนั้นจึงปล่อยดอนไปด้วยสายตาที่อาฆาต  ทางด้านดอน ใช่ว่าเขาจะกลัวแต่ที่หือไม่ได้แต่เป็นเพราะเขาตัวคนเดียว ไม่มีพรรคพวกนั่นเอง  เมื่อดอนเดินไปไกลลับตา  แจ็คหันมาทางแอนก่อนที่จะเข้ามานั่งคุย 

…เช้าวันหนึ่ง วินตั้งใจมาดักเจอแอนตามปกติ  แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง  เมื่อพบว่ามีเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้เดินมาคู่กับเธอ  (เด็กหนุ่มคนนั้นอาจมาดักเจอแอนเหมือนกับเขาก็ได้)  พร้อมกำลังยื่นช่อดอกไม้ให้เธอในขณะที่กำลังเดินผ่านหน้าเขาพอดี  วินรู้สึกเจ็บใจตัวเองเพียงเล็กน้อยที่ปล่อยโอกาสให้ใครก็ไม่รู้เข้ามาหาแอนได้  …ด้วยความเข้าใจ  ไม่นานเขาก็สืบจนรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมีชื่อว่าดอน  …หลายวันผ่านไป  หลังจากที่รู้ว่าวันไหนแจ็คไม่ได้มากับเธอ  วินก็จะแอบเพื่อนๆไปนั่งทำงานให้แอนและเพื่อนๆเธอในอยู่เสมอ  ฝ่ายตูนกับแพรก็ห้ามเชิงเตือน  แอนได้แต่รับฟังและคิดตาม  ความจริงแล้วในในเธอก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นกับทั้งวินและดอน  รวมถึงแจ็คผู้ซึ่งกำลังคบเธออยู่  ถึงคราวที่เธอต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร  (แต่แอนก็ไม่สามารถตัดสินใจได้สักที)    …ทว่าในใจของวิน แอนคือคนที่…ใช่เลย!        

ในวันที่วินเดินกลับบ้านกับแอน  ขณะเดินอยู่เขาบอกเธอว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งจะพาไป  …ไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่สระว่ายน้ำบนคอนโดฯแห่งหนึ่ง  ที่ซึ่งมีความสงบ ร่มรื่น และมีทิวทัศน์ที่สวยงามเมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างจากชั้นนั้น  วินบอกกับแอนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่เขาชอบมาเวลามีเรื่องทุกข์หรือกังวลใจเพื่อหาความสงบให้กับชีวิต  หรือบางวันเขาจะมาเพื่อนั่งคิดทบทวนเรื่องต่างๆเพื่อหาคำตอบอีกด้วย  แอนรับฟังก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าตามคำชวนของวิน  เขายังบอกกับเธอว่า  เวลาที่เขามีเรื่องไม่สบายใจเขามักจะมองขึ้นไปบนฟ้าและพูดกับมัน  …จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง  ทั้งวินและแอนต่างก็รู้สึกมีความสุขมากที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ดีๆให้แก่กัน   

จนมาวันหนึ่งวินตั้งใจจะเดินเอาของไปให้แอนที่โรงเรียน  เมื่อเดินไปใกล้จะถึงในระยะที่มองเห็นกลุ่มของเธอ   เขาเห็นดอนกับแอนนั่งคุยเล่นกันอยู่   วินกลับรีบหลบหลังเสาทันที(ในจังหวะที่แอนคุยกับดอนอยู่แล้วหันมาทางวินพอดี)  พลางมองดูของในมือ …เขาไม่รู้สึกโกรธ เพราะทำใจยอมรับได้  และไม่คิดจะทำร้ายดอนแต่อย่างไร  เพราะเขาไม่อยากให้แอนลำบากใจ  วินคิดแล้วจึงเดินจากไป…    ทว่าโชคร้ายที่แจ็คเดินมาพบดอนอยู่กับแอนเข้าอีก  เขารู้สึกเลือดขึ้นหน้าทันที  แต่ในขณะที่เขากำลังเหวี่ยงหมัดไปชกดอน  วินที่กลับมาเพราะได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทก็วิ่งเข้ามาขวางดอนจากแจ็คทันที  วินแนะนำตัวว่าเขาเป็นใคร และบอกกับแจ็คให้เปิดใจบ้างเพราะมีหลายคนที่ชอบแอนอยู่แต่ไม่แสดงตัว  …จนเมื่อทั้งวินและเดินพากันออกไป  แจ็คก็หันมาถามแอนว่าคิดกับเขาอย่างไร…

บ่ายวันหนึ่งที่บ้านของแอน  เธอบอกแม่ว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน  โดยที่แม่ถามยังไม่ทันจบว่าไปกับใคร  แอนก็พรวดพราดออกไปทันที  แม่เดินตามออกมาเห็นแจ็คมายืนรอแอนอยู่หน้าบ้าน  เนื่องจากแม่เป็นคนสมัยเก่า (หัวโบราณ) ทำใจไม่ได้ที่ลูกสาวจะมีแฟนก่อนวัยอันควรทำให้มีปากเสียงกับแอนอย่างรุนแรง  เพราะความน้อย ใจ
ในที่สุดแอนบอกว่าเธอจะไปจากที่นี่  ด้วยอารมณ์โกรธแม่จึงประชดไปว่า ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีก…  แอนจึงลากแจ็คออกมาทันที  เมื่อเธอออกไปได้สักพักทั้งตัวและมือไม้ของแม่แอนก็เริ่มสั่นบ่งบอกถึงความรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งทำลงไปถูกต้องหรอไม่  …ส่วนแอนหลังออกจากบ้านมา  เธอเอาแต่บอกวินให้พาหนีไป  …จะไปที่ไหนก็ได้  แต่ขอให้ไปไกลๆจากบ้านเพราะเธอไม่คิดจะกลับมาอีกแล้ว  ตอนแรกแจ็คไม่เห็นด้วยและบอกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นไม่ถูก  แต่เมื่อแอนรบเร้าเขามากๆ แจ็คก็ถึงกลับใจอ่อนและยอมขี่มอเตอร์ไซด์มารับเธอในที่สุด

ที่หน้าร้านอาหารตรงข้ามโรงเรียนฝั่งประตูเล็ก (ริมฟุตบาท)  แอนมานั่งคอยแจ็คด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นและสับสน  สักพักแจ็คก็มาถึงพร้อมกับมอเตอร์ไซด์  ก่อนที่แอนจะนั่งเขาถามเธอว่าแน่ใจแล้วหรือกับสิ่งที่ทำ  เธอตอบว่าแน่ใจ  รถมอเตอร์ไซด์จึงออกตัวทันทีที่แอนขึ้นซ้อน  พอดีกับที่วินและเพื่อนๆเดินสวนจะเข้าโรงเรียนมาพอดี   เมื่อเห็นเข้า  วินก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เก็บไปคิดอย่างไร  จน 3วันผ่านไป  วินชักเริ่มเอะใจและเริ่มอยากรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองสงสัยนี้จะถูกต้องหรือไม่  เขาจึงออกตามหาแพรกับตูน  และเมื่อได้พบกับแพร (ขณะนั่งทำงานอยู่คนเดียว)  เขาจึงถามว่าแอนหายไปไหน  ทางด้านแพรที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอก็บอกความจริงไป (แอนทะเลาะกับแม่และชวนแจ็คหนีตามกันไป)  เมื่อวินได้ยินดังนั้นก็เท่ากับเพิ่มความเชื่อมั่นว่าแอนหนีไปแล้วจริงๆจากการเห็นแอนซ้อนท้ายไปกับมอเตอร์ไซด์ของวินเมื่อหลายวันก่อน  มันทำให้เขาถึงกับรู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที…

                …หลายวันผ่านไป  …แม้ว่าเพื่อนๆจะชวนไปเล่นบาสฯเพื่อให้วินได้หยุดคิดถึงแอน  แต่วินกลับชู้ตทีสองทีก็เลิก ไม่ได้ตั้งใจเล่น และเพราะอาการใจลอยลูกบาสฯจึงไม่ลงแป้น   ต่อมาเขาจึงไปนั่งข้างสนาม เฝ้าของให้เพื่อนๆพลางอดคิดถึงเธอไม่ได้เลย  เพราะทุกวันที่ผ่านมานี้เขายังคงเฝ้ารอแอน  ด้วยการไปที่สระว่ายน้ำบนคอนโดฯทุกวันด้วยความหวังลมๆแล้งๆเพียงเพราะความเชื่อว่า  สักวันหนึ่งเธอจะต้องกลับมา  …จนเวลาได้ผ่านไปหลายสัปดาห์ เจี๊ยบกับอาร์มก็นัดวินมาทำงานที่โรงเรียนในวันหนึ่ง  ที่โต๊ะแถวนั้นมีคนนั่งคนมากมาย (เต็มเกือบทุกโต๊ะ)   เจี๊ยบกับอาร์มก็นั่งทำงานไป แต่วินนั่งเหม่อลอย เพื่อนๆดูออกว่าเขาซีดเซียวลงไป  ใบหน้าหมองคล้ำ เหมือนกับคนไม่สบายใจอย่างหนัก และไม่ยอมกินข้าว  เจี๊ยบกับอาร์มก็ได้พูดปลอบใจและให้กำลังใจวินมากเท่าที่พวกเขาจะทำได้ เพื่อให้วินรู้สึกดีขึ้น  แต่ทว่าภายในใจของวินไม่ได้เป็นเช่นนั้น  …ตอนนี้เขามีความรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ตัวคนเดียวในโลก  รอคอยความรักที่สูญหาย กลับคืน……    

                หนึ่งเดือนต่อมา  ในช่วงเย็นที่วินมุ่งหน้ามายังสระว่ายน้ำตามปกติก่อนจะกลับบ้าน  เมื่อลิฟท์ชั้น6เปิดออก  เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบแอนขณะที่กำลังจะกระโดดตึกเพื่อฆ่าตัวตาย  วินเห็นเข้าจึงไม่รอช้า  เขารีบวิ่งไปคว้าตัวแอนด้วยความเร็วในจังหวะที่ทันท่วงทีก่อนแอนจะตกลงไปหากคว้าตัวไว้ช้ากว่านี้    แอนหันมามองและโผเข้ากอดทั้งน้ำตา  หลังจากวินประคองแอนให้นั่งเพื่อที่จะพูดคุย  วินก็เริ่มถามด้วยความสงสัยทันที  เนื่องจากเห็นสภาพที่มอมแมมของเธอ  เขาจึงถามว่าไปทำอะไรมา  แอนจึงได้เล่าว่าไปเจออะไรมาบ้าง  และยากลำบากแค่ไหน   จนเมื่อนึกขึ้นได้ วินสงสัยว่าทำไมถึงคิดฆ่าตัวตาย  ก่อนตอบ ปากของแอนเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด เธอพูดพร้อมน้ำตาคลอ…เพราะแจ็คหายตัวไป (เธอไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน  หลังจากที่เธอออกตามหาแล้วไม่พบ  รวมทั้งได้รออยู่นานเขาก็ไม่ยอมกลับมา  ทำให้แอนเชื่อว่าแจ็คต้องแอบหนีไปมีผู้หญิงอื่นอย่างแน่นอน)   พูดจบเธอก็ร้องไห้อย่างหนัก  วินปลอบด้วยคำพูดที่กลั่นกรองออกมาอย่างดี   แต่เพียงชั่วครู่…แอนเกิดสลบไป  วินเรียก…แอนยังนิ่ง….   

                เมื่อเธอลืมตา   วินถามแอนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า  เธอบอกว่าคงไม่เป็นไร หน้ามืดไปเท่านั้นเอง  …อย่าห่วง …เธอสบายดี  …ไม่จำเป็นต้องพาไปหาหมอหรอก…เล็กน้อย…  เย็นวันนั้น ในขณะที่แจ็คกำลังเดินพาแอนไปส่งบ้าน  เธอก็บอกถึงความรู้สึกไม่สบายใจและความรู้สึกผิดที่มีต่อแม่เมื่อคราวทะเลาะกันครั้งก่อน  วินจึงเสนอว่าให้กลับไปขอโทษแม่และบอกกับแม่ว่ารู้สึกอย่างไร  เขาเชื่อว่าแม่ของเธอคงอภัยและไม่คิดโกรธเธออย่างแน่นอน  เพราะไม่มีแม่คนไหนที่ไม่รักลูกหรอก…  เมื่อถึงหน้าบ้าน  วินบอกให้แอนเข้าไป  ส่วนเขาจะยืนรออยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้เห็นแอนเข้าบ้านแล้วเขาจึงค่อยกลับ  …ยังไม่ทันที่แอนจะหมุนลูกบิดประตู  แม่ก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดแอนทันทีด้วยน้ำตาแห่งความดีใจที่ในที่สุด  แอนก็กลับมา  จากนั้นแอนจึงเอ่ยขอโทษ  แต่แม่กลับบอกว่าลืมให้มันไป  เรื่องที่ผ่านไปแล้วไม่ต้องเก็บมาคิด  และเธอยังโทษตัวเองอีกว่าเธอก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน  ก่อนที่จะเสียเวลาปรับความเข้าใจนานไปกว่านี้  พ่อแอนก็เรียกให้แม่ ลูกเข้าบ้านมาได้แล้ว  …เมื่อวินได้เห็นดังนั้น  เขาจึงรู้สึกสบายใจจึงมุ่งหน้ากลับบ้านไปในที่สุด       

                จากนั้นเป็นต้นมา   เนื่องจากแอนยังไม่หายจากความเศร้า และยังไม่เปิดรับใครทั้งสิ้นเพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะเริ้มต้นใหม่กับใคร  เธอจึงปิดใจและปิดตัวเองในตอนนี้อยู่  แม้แต่ตูนกับแพร…เพื่อนสนิทก็ตาม  แต่เพราะวิน *ในทุกครั้งที่เจอหน้าจะหาโอกาสมาเป็นเพื่อนคุยด้วยเสมอ   หาโอกาสเหมาะๆเข้าไปปลอบเธอ  ทุกที่ที่แอนไปจึงมีเขาไปด้วยเสมอ  ไม่ว่าจะไปกินข้าว วินก็กินไปพร้อมกับชวนคุยไป  …วันหนึ่ง วินชวนแอนไปเล่นบาสฯเพื่อจะได้หาโอกาสอยู่ใกล้ๆเธอและเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เธอเศร้าหรือมัวแต่คิดเรื่องที่ผ่านมา   วินอยากให้เธอปล่อยความรู้สึกนั้นทิ้งไปซะ  …ปล่อยให้มันกลายเป็นอดีตไป  …เขาและกาลเวลาจะทำหน้าที่รักษาเธอเอง  แต่ในขณะที่เล่นบาสฯอยู่แอนก็เกิดหหน้ามืดและหมดสติไปในที่สุด   เมื่อเธอฟื้น  เขาเอาผ้าชุบน้ำประคบหน้าผากให้ วินสั่งว่าต้องไปหาหมอให้ได้  แอนบอกว่าจะลองไปดู  แต่ในใจเธอกลับรู้สึกว่าเรื่องธรรมดาแค่นี้ไม่เห็นจะต้องไปหาหมอเลย…เนื่องจากหลายวันมานี้แอนหน้าซีดไปมาก  เวลาเดินก็มีอาการตัวสั่นอยู่บ่อยครั้ง  รวมทั้งมีอาการเบลอ  บางครั้งก็ความจำสั้น  จำอะไรไม่ค่อยได้เพียงชั่วครู่  ทำให้วินเริ่มสงสัยจากการสังเกตเห็น  …เขาครุ่นคิด

                พักนี้วินสังเกตว่าดอนหายเงียบไปเลยตั้งแต่แอนกลับมา  ทำไมเขาถึงไม่เห็นดอนในขณะที่แอนอยู่ในโรงเรียนนะ…  เขาหายไปไหนกันแน่…  วินอยากจะถามเรื่องนี้กับแอนเต็มแก่  แต่ทุกครั้งที่เจอหน้า  เขาเลือกที่จะเก็บคำถามนี้ไว้เพื่อความสบายใจดีกว่า    …วันหนึ่งในบรรยากาศเย็นสบายน่านั่งเล่น  วินกับแอนสบโอกาสนั่งคุย ปรับทุกข์กัน     วินบอกให้แอนระบายสิ่งที่ค้างคาภายในใจให้หมด  หลังจากที่ปล่อยให้เธอพูดและเขาได้รับฟังทั้งหมด   ก็ถึงเวลาที่วินต้องเป็นฝ่ายพูดปลอบเธอ  …แอนรู้สึกได้ทันที ถึงน้ำเสียงและการใช้คำเพื่อปลอบเธอ …มันเป็นคำพูดที่ดีที่สุดในชีวิตเท่าที่เธอเคยได้ยินมาจากปากผู้ชายคนหนึ่ง จนแอนกลั้นน้ำตาไม่อยู่   วินจึงโผเข้ากอดทันที   แอนรู้ได้เลย ตั้งแต่นี้ต่อไปเธอพร้อมจะเปิดใจรับเรื่องราวต่างๆให้เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง รวมถึงเธอพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับวิน   เขาเป็นคนที่เธอเพิ่งค้นพบว่าได้ตามหามาตลอดชีวิต แม้เธอและเขาจะเพิ่งได้มาเจอกันตอนนี้  แต่กับอนาคตวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้…แต่ไม่สำคัญเท่า…ในวันนี้เหมือนพรมลิขิตนำพาให้เธอและเขาได้มาพบกัน เธอรู้เพียงแต่ว่าจะขอทุ่มเทเต็มที่  ให้กับเด็กหนุ่มธรรมดาผู้ซึ่งทำให้แอนอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในทุกๆวัน   

                หลายวันต่อมา แอนเดินมากับวิน(ที่ช่วยเธอถือหนังสือ)  ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน  พวกเขาออกมาทางด้านหน้าอาคารเรียนตึก 1   แอนรู้สึกก้าวลงบันไดไม่ไหว และวิงวียน บอกกับวินว่าขอนั่งพักตรงนั้นก่อน…  วิน
พยุงแอนนั่งลง   วินจึงรีบถามแอนว่าเป็นอะไร  เธอนิ่ง…ไม่ตอบ  แต่บอกว่า  อีก 3วันให้มาเจอกันที่นี่ตอนเย็น เธอมีเรื่องจะบอกเขา  แอนพูดด้วยเสียงที่สั่นตัดกลับใบหน้าและแววตาที่ดูนิ่งผิดปกติ  ไม่นานทั้งสองจึงลุกขึ้นยืนและเดินจากกันไปคนละทาง จากตรงนั้น

จนเมื่อวินรู้สึกตัวว่าถือหนังสือของแอนติดมือมา เขาก็รีบวิ่งตามเธอออกไปนอกโรงเรียนทันที หวังจะคืนหนังสือให้    เมื่อวินออกมาถึงบริเวณถนนหน้าโรงเรียน  เขาเริ่มมองหาเธอ  ไม่นานก็เหลือบไปเห็นแอนอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องขึ้นไป  เธอกำลังรีบเดินไปยังรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่จอดรออยู่ข้างหน้า(ริมถนน)  สีหน้าเหม่อลอยพลางครุ่นคิด   วินตะโกนเรียก เธอไม่ได้ยิน  ด้วยความใจร้อนอยากคืนหนังสือให้กับเจ้าของเร็วที่สุด  โดยไม่ได้มองซ้ายมองขวา  เขาข้ามถนนไป………….  ประจวบกับที่แอนก้าวขึ้นรถ และรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างก็เคลื่อนออกไปทันที

……………………………………………………………………………………………. 

ที่โรงเรียน วินมาคอยแอน…  ณ บริเวณที่นั่งพักข้างทางเชื่อมฯ  เขาเดินเข้าไปนั่งข้างๆคนกลุ่มหนึ่ง…คนกลุ่มนั้นกลับไม่ได้รู้สึกอยากหันมามองหรือแสดงท่าทางอะไร หรืออยากจะคุยด้วยแต่อย่างไร สักพักวินจึงออกไปเดินเล่นที่ทางเดินยาวเชื่อมจากหน้าประตูโรงเรียนเข้าอาคาร  ระหว่างเดิน ผู้คนที่เดินสวนกับเขาไปกลับมีท่าทีที่นิ่งเฉยและผ่านไป  ไม่ได้สนใจมองดูเขา  …วินเดินไปนั่งเล่นที่ม้านั่งข้างห้องสมุด  เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆเด็กกลุ่มหนึ่งที่มานั่งอยู่ก่อนแล้ว  ทันทีที่วินนั่งลงด้านหลังกลุ่มเด็ก  เด็กคนหนึ่งกลางวงก็ทำท่าตกใจอย่างเห็นได้ชัด  พลางกระซิบบอกเพื่อนเบาๆ… จากนั้นเด็กทั้งกลุ่มก็รีบลุกขึ้นยืนและเดินจากไปยังโรงอาหาร(ข้างหน้า)ทันที  วินมองตาม พลางคิด… 

ที่หน้าเวที ณ ลานการแสดงกลางแจ้งในโรงเรียน  วินเหนื่อยจึงไปนั่งเล่นที่นั่นเป็นการพัก  …มีชายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว  เขาทักวิน  วินคุยกับเขา   ชายแก่คนนั้นจึงได้ถามว่าเป็นไงมาไงมามาทำอะไรที่นี่?   จนผ่านไปนานพอสมควรก็ถึงเวลานัด วินจึงขอตัว…  หลังจากที่ลุกออกมาและเดินมาได้ไม่ไกล   เขาหันหลังกลับไปมอง ชายแก่คนนั้นไม่อยู่ที่นั่นแล้ว  วินคิดว่าเขาคงแยกจากไปอย่างรวดเร็ว    …ทันทีที่วินมาถึงที่บันไดหน้าอาคารเรียนใต้ตึก1 เขาก็นั่งรอพลางดูเวลาทันที   อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลานัดแล้ว

ชั่วครู่ วินเห็นแอนเดินเข้ามาทางประตูเล็ก ด้วยสีหน้าและร่างกายที่ซีดผิดปกติ   เธอเดินอย่างช้าๆเป็นจังหวะด้วยการก้มหน้ามาตลอดทาง   เมื่อเดินมาถึง แอนหยุด และเงยหน้าขึ้นมามองวิน  เธอตกใจเล็กน้อยด้วยการผงะไป    แต่จากนั้นเธอก็นั่งลงข้างวิน  เขาจับตัวเธอ และรู้สึกเย็นมากจนผิดปกติ  วินเริ่มเปิดการสนทนาขึ้นด้วยการถามสารทุกข์สุขดิบ  และคุยกันถึงเรื่องอื่นๆเพียงไม่กี่เรื่อง   ก่อนที่จะเข้าประเด็น 

เขาถามแอนว่ามีอะไรจะบอก   แอนนิ่งไปสักพักด้วยสายตาที่เหม่อมองออกไปไกลพลางครุ่นคิดก่อนที่จะพูด   …ความจริง เธอไปตรวจมาแล้วพบว่าเป็นโรคความดันในหลอดเลือด  วันนี้เป็นวันที่มีกำหนดเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ   …ที่เธอยังไม่อยากบอกในวันนั้นเพราะกลัวว่าวินจะมารั้งตัวเธอไว้ไม่ให้ไป  แต่ที่ตัดสินใจบอกเพราะอยากให้วินเจอคนที่ดีกว่า  และชีวิตของเขายังอีกยาวไกล  ไม่ควรมาจบลงหรือเสียเวลาเปล่าไปกับคนไร้ค่าอย่างเธอที่คงจะหมดความหมายลงในเวลาไม่ช้า   วินเริ่มร้องไห้ พลางพูดแต่ว่าไม่จริง  เขารับไม่ได้  แอนเริ่มน้ำตาคลอและเสียงสั่นๆบอกวินว่าถึงยังไงเธอก็ไปต่างประเทศไม่ได้แล้ว  เพราะเธอ  ตายแล้ว………………….

เมื่อวานตอนบ่าย ที่บ้านของเธอ   มีงานปาร์ตี้ที่เพื่อนๆ และพ่อแม่จัดให้ เพื่อเลี้ยงอำลาทุกคนไปรักษาตัวยังต่างประเทศ    ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกันอยู่นั้น  โทรศัพท์(บ้าน)ก็ดังขึ้น …แอนเดินไปรับโทรศัพท์ที่อยู่อีกห้องหนึ่งไกลออกไป   เสียงเข้ม ทุ้มของผู้ชายปลายสายทำให้รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ  เขาถามเธอว่ารู้จักแจ็คไหม  เธอบอกรู้จัก  เจ้าหน้าที่ฯจึงบอกว่า  ให้ทำใจ  เขามีเรื่องสำคัญจะบอก  …ความจริงแล้วแจ็คไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ  แต่ด้วยการฆาตกรรมของดอนที่โกรธเคืองแจ็คจากเรื่องชกต่อยเมื่อคราวก่อน  …ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ฯพูดยังไม่จบดีแอนก็เริ่มวิงเวียน  หน้ามืด  ก่อนจะเป็นลมล้มลงกับพื้น  และเสียชีวิตไปในที่สุด  ในขณะที่เธอยังไม่ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ฯสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว      ……….เพื่อนสองสามคนเดินถือจานไปล้างผ่านมาพอดีจึงตกใจ (ทำจานตกแตก) ร้องกรี๊ด…

ที่บันไดหน้าตึก  หลังจากที่แอนเล่าให้วินฟังจบ  เขาก็นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรเลย   แอนจึงพูดขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน เพราะไม่มีใครพูดอะไรขึ้นเลย   แอนถามวิน…ที่เธอคุยกับเขาได้ไม่ใช่เพราะเขาก็ตายแล้วหรอกหรือ?  ไม่งั้นเธอกับวินคงไม่ได้พบกันอีกครั้ง  ว่าแล้วแอนจึงถามว่าเขาตายยังไง?      

ช่วงเย็นวันหนึ่ง   บริเวณถนนแถวโรงเรียน  แอนกำลังรีบเดินไปยังรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่จอดรออยู่ข้างหน้าริมถนน  สีหน้าเหม่อลอยพลางครุ่นคิด   วินตะโกนเรียก เธอไม่ได้ยิน  ด้วยความอยากรู้ที่มีในหัวใจเต็มเปี่ยมว่าแอนจะบอกอะไร  โดยไม่ได้มองซ้ายมองขวา  *เขาข้ามถนนไป…….   ประจวบกับที่แอนปิดประตู และรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างก็เคลื่อนออกไปทันที      ที่ถนน วินถูกรถยนต์ขับมาชนเข้าอย่างจัง เขากระเด็นไปตามแรงประทะของรถไม่ไกลก็ล้มลงไปกับพื้นถนน  เลือดไหลออกมาจากทั่วร่างกายมากมาย   เขาสิ้นลมไปพร้อมกับกองเลือด  ………  ทันทีที่เกิดเหตุ  บริเวณนั้นมีคนมามุงดูมากมาย  แต่ทว่ารถมอเตอร์ไซด์รับจ้างคันที่แอนขึ้น กลับเคลื่อนออกไปไกลมากจนเกินกว่าจะรู้ถึงเรื่องราวที่เกิด

เมื่อวินเล่าจบ  เธอเริ่มน้ำตาคลอและรั้องไห้ในที่สุด  เธอขอโทษวินที่ไม่ได้สนใจเขา (ถึงแม้ว่าแอนจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของวินในตอนนั้นก็ตาม) เพราะเธอทำให้วินต้องเสียชีวิต  เพียงถ้าหากเธอไม่ใจลอย  ขึ้นรถช้ากว่านี้หน่อย วินก็จะไม่ตาย  แต่วินกลับพูดสวนขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือพลางเอามือปาดน้ำตาแอนที่ใบหน้า และบอกว่า ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก งานนี้ไม่มีใครผิด  และไม่ไช่เพราะเธอหรอกหรือที่ทำให้เราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง?  ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ตายจากไป เขากับเธอก็คงจะไม่มีวันได้กลับมารักกันอีก…  เขาพูดพลางยิ้ม  แอนหยุดเริ่มหยุดร้องไห้และบอกว่า …ถ้ามันคือโชคชะตาที่ลิขิตไว้เพื่อที่ให้เราได้รักกันจริง และเกิดมาเป็นคู่แท้ของกันและกันจริงๆ  ตอนนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอก็พร้อมแล้ว หากมีวินอยู่เคียงข้างเธอเสมอ  …เธอพร้อมที่จะออกเดินทางไกลไปกับเขาและความรักที่ยิ่งใหญ่  พร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรค  ด้วยรักที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง …เป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อแอนพูดจบ  วินกับแอนก็ประสานมือเข้าไว้ด้วยกัน  ทั้งสองสบตา  และลุกขึ้นยืน  ก่อนที่จะก้าวลงบันไดพร้อมกันเพื่อออกเดินไปในเส้นทางที่ทอดยาวไกลข้างหน้า  พร้อมกับแสงสีขาวนวลดุจละอองเมฆที่ส่องแสงตลอดทาง   …มันเป็นเส้นทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 
Advertisements

About NewVoice

Hi! welcome to my blog.

Posted on มิถุนายน 16, 2007, in Treatment. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: