THEME

                เรื่องราวเกิดขึ้นในบรรยากาศอันเงียบสงบ  มีความร่มเย็นของต้นไม้และสถานที่ในโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง (เพราะเกือบทั้งเรื่องจะถ่ายในโรงเรียน)  ผสานเข้ากับความรู้สึกโดดเดี่ยวและเวิ้งว้างของสถานที่ (ในช่วงปิดเทอมของโรงเรียน คนจะเข้าไปน้อยมาก) 

               มีความรู้สึกมืดหม่นและอึมครึมอยู่ในเรื่องราว  เนื่องจากโทนหลักเป็นแนวโรแมนติก-ดราม่า บ่งบอกถึงความเศร้าโศกแฝงด้วยอารมณ์หดหู่เล็กน้อย  จึงทำให้ดูรับกับโทนและสถานที่ที่ปรากฎตลอดทั้งเรื่อง 

ในช่วงท้ายมีกลิ่นอายของความลึกลับซ่อนอยู่  เพราะสร้างปมไว้ให้คนดูติดตาม  และสุดท้ายเมื่อได้เฉลยแล้วก็กลับเข้าสู่บรรยากาศเดิม แต่โดยรวม ก็อาจมีความสดใสในทางคอมมาดี้แทรกอยู่เพียงเล็กน้อย  เหมือนกับเป็นเสี้ยวของแสงสว่างในความมืดมน  ดังนั้นโทนสีของเรื่องคือ สีชมพูผสม(หรือรวม)เข้ากับสีเทาบางๆ  เพื่อรองรับแนวของเรื่องนั่นเอง

  สรุปแล้ว  นี่เป็นเรื่องราวของความรัก  การรอคอย  และการพลัดพราก  โดยนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์สั้นแนวโรแมนติก-ดราม่า (ตอนจบ‘หักมุม’)  และสอดแทรกด้วยอารมณ์ขันเพียงเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้หลุดโทน)  เพราะส่วนใหญ่ กว่า 60%ของเรื่อง  จะเป็นโทนเศร้า  ซึ้ง  มืดหม่น  โหดร้าย รุนแรง…  ด้วยแก่นของเรื่องที่ต้องการพูดถึง ดังนี้ >>>

– ชีวิตเป็นเรื่องไม่แน่นอน  ทุกคนที่เกิดล้วนต้องตายในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า อยู่ที่ว่าอีกนานแค่ไหน และเราเตรียมใจหรือพร้อมยอมรับหรือไม่ หากมันเกิดขึ้น  …ดังนั้นจึงควรใช้ชีวิตให้คุ้มค่า รู้จุดมุ่งหมายทุกการกระทำในแต่ละวัน …“ทำวันนี้ให้เหมือนกับวันสุดท้ายของชีวิต”

– การอภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่มนุษย์ทุกคนจะพึงปฏิบัติ  เพราะหากเราทุกคนไม่รู้จักการให้อภัย…  เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นอาจไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป

 

– เวรระงับด้วยการไม่จองเวร… ความโกรธแค้นที่มีต่อกันควรจะหยุดลงเพียงเท่านั้น  ไม่ควรนำไปเก็บไว้แล้วทำให้ตัวเองไม่สบายใจและคิดอยากเอาคืน  เพราะการทำเช่นนั้นดีแต่จะสร้างความลำบาก ความเดือดร้อน (รวมถึงเป็นการสร้างบาปหรือเวรกรรม) ไปเรื่อยๆไม่มีวันจบสิ้น  โดยที่การเอาชนะมันได้คือการกำหนดสติให้ “หยุด” เพียงแค่นั้น…

ของๆเรายังก็เป็นของเรา ไม่มีทางที่คนอื่นจะเอาไปได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับโชคชะตาที่กำหนดมาให้ แค่ระหว่างทางต้องใจเย็น รู้จักอดทน(รอ)  เนื่องจากว่าเราอาจต้องเจออุปสรรคอย่างแน่นอน  …ของทุกชิ้นไม่มีเลยที่จะได้มาฟรี  มันต้องขึ้นอยู่กับความทุ่มเทและพยายามของเราด้วย  จงจำไว้ว่าของทุกชิ้นที่เราอยากได้ย่อมมีผู้ต้องการมากกว่าหนึ่งเสมอ

 

– ใครทำอะไรก็ได้รับผลไปตามสิ่งที่ทำ  เหมือนกับสุภาษิตที่บอกว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”  เพราะฉะนั้นการคิดก่อนทำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

 

– ความรู้สึกเป็นเรื่องที่บอบบาง  และไม่แน่นอน  เราไม่สามารถกำหนดมันได้  …จงปล่อยมันไปตามอารมณ์หรือสิ่งที่ทำ  ให้กาลเวลาเป็นตัวช่วยทำให้ผ่านพ้นไปก็พอ…

 

– การรอคอย เป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่ใกล้เคียงกับความว่างเปล่า  มันเป็นการรวมกันระหว่างความฝันและความหวังที่ยังคงดำเนินไปพร้อมกันเสมอ  …การเชื่อในพรหมลิขิตเป็นความคิดที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด  มันจะเกิดหรือไม่เกิดนั้น เราไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างแน่นอน

 

…จากแก่นของเรื่อง(ซึ่งเปรียบเสมือนข้อคิดด้วย)  ทำให้เห็นได้ถึงความชัดเจนขององค์ประกอบสำคัญซึ่งสอดแทรกเป็นระยะๆจากภาพยนตร์เรื่องนี้  ขึ้นอยู่กับว่าจะหาเจอและนำไปใช้หรือไม่  เพราะตัวเรื่องราวนี้ก็ยังทำออกมาให้เป็นการสะท้อน(บาง)แง่มุมของสังคมอีกด้วย  จากมุมมองและทัศนคติของกลุ่มผู้สร้างนั่นเอง…

 

               

 
 
 
 
Advertisements

About NewVoice

Hi! welcome to my blog.

Posted on มิถุนายน 16, 2007, in Theme. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: